Asics กับการสลัดภาพลักษณ์รองเท้าวิ่ง ทึก ทนขึ้นมาผงาดในวงการ Street Fashion จนทุกคนไม่อาจมองข้าม - TheMacho
 29
Asics กับการสลัดภาพลักษณ์รองเท้าวิ่ง ทึก ทนขึ้นมาผงาดในวงการ Street Fashion จนทุกคนไม่อาจมองข้าม

ถ้าจะมองหาสนีกเกอร์แนวสตรีทสักคู่ส่วนใหญ่พวกเรามักจะนึกถึงตัวสองตัวท็อปอย่างNike และ Adidas ที่แทบจะครองตลาดความนิยมไปเกือบหมด  

แต่ทุกวันนี้ไม่ว่าจะแบรนด์ระดับไฮเอ็นด์หรือแบบรองเท้ากีฬาจ๋าต่างก็เบนเข็มปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้เข้ากับแฟชันแนวสตรีทที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องไม่มีตก  ไม่เว้นแม้แต่แบรนด์ที่เรามองข้ามมาตลอดอย่าง Asics

Kiko Kostadinov x ASICS GEL-Sokat Infinity

ตอนนี้บอกเลยว่าอาจกลายเป็นแบรนด์ที่น่าจับตามองไม่แพ้แบรนด์ใหญ่เพราะผลงานช่วงหลัง Asics แสดงให้เราเห็นว่าเขาไม่ได้เป็นแค่ตัวเลือกชั้นดียามจะซื้อรองเท้าเน้น Performance เหมาะสำหรับวิ่งอย่างเดียว แต่ด้านฝั่ง Lifestyle เขาก็ทำออกมาได้ดีไม่ใช่เล่น

Asics เป็นแบรนด์ลูกพี่ลูกน้องของ Onitsuka Tiger อยู่ระหว่างกลางของ Lifestyle และ Performance ด้วยการส่งต่อเทคโนโลยีจากไลน์ Performance มาสู่รองเท้า Lifestyle ที่หยิบเอาดีไซน์จาก Japanese Sports และสไตล์ของเทรนด์โลกมารวมตัวกัน

Lasse Viren กับรองเท้า Asics

สิ่งที่สร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์อย่างชัดเจนที่สุดในการเป็นรองเท้าวิ่งคุณภาพเยี่ยม คือเหตุการณ์ในปี 1967 เมื่อ Derek Clayton สวมรองเท้า Asics วิ่งและทำลายสถิติ World Marathron Record รวมไปถึง Lasse Viren ซึ่งชนะเหรียญทองในกีฬา Olympics ที่เมือง Munich เมื่อปี 1972 ด้วย ตั้งแต่นั้นมาแบรนด์ Asics ก็ถูกทุกคนจดจำในฐานะรองเท้า Performance ระดับโลก

หลังจากนั้นพวกเขายังคงพัฒนาการเป็นรองเท้าวิ่งชั้นยอดต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง แต่ล่าสุดดูเหมือนว่า Asics จะไม่อยากเป็นแค่รองเท้ามีดีแค่ Performance อีกต่อไปแล้ว เมื่อโมเดลอย่าง Gel-Mai และ Gel-Sanze ที่ออกมาช่วงหลัง ๆ ฉีกทุกรูปแบบของโมเดลก่อนหน้าแบบไม่เหลืออะไรไว้เลยนอกจาก Gel Technology อันโดดเด่นของทางแบรนด์เท่านั้น และถือว่าออกแบบมาได้ดีเลยทีเดียว สลัดลุคลุย ๆ ออกไปสู่ความเป็นแฟชันมากขึ้น

ANARCHY IN THE EDO PERIOD

การปลุกปั้นโมเดล Gel-Mai อย่างดุเดือดของ Asics ไม่ว่าจะเป็นงาน Collaboration กับแบรนด์ดังอย่าง Sneakerwolf ใน ANARCHY IN THE EDO PERIOD กับโมเดล  GEL-Kayano ที่สร้างเสียงฮือฮาด้วยการหยิบคอนเซปต์การปกครองยุคสมัยเอโดะมาถ่ายทอดเป็นสนีกเกอร์สุดจี๊ด สไตล์พังค์ในโทนม่วง แดง และทองซึ่งเป็นสีต้องห้องของสมัยนั้น

Kiko Kostadinov X Asics Gel-Burz

ต่อจากนั้นก็เป็นการสร้างชื่อร่วมกันกับดีไซน์เนอร์คนดังอย่าง Kiko Kostadinov ในโมเดล GEL-Sokat Infinity ที่ถูกพูดถึงในวงกว้าง รวมถึงรุ่นลิมิเต็ด Asics Gel-Burz ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติเองก็ Sold Out หมดอย่างรวดเร็ว

ความสำเร็จจากการเดินหน้าเต็มกำลังร่วมกับทางแบรนด์และดีไซน์เนอร์ระดับโลกช่วยการันตีให้กับทางแบรนด์ได้เป็นอย่างดีว่าพวกเขามาถูกทางแล้ว

Vivienne Westwood X Asics GEL-Saga

เมื่อกระแสความฮอตกำลังพุ่ง เหล็กร้อนต้องรีบตี ล่าสุดแบรนด์ไฮแฟชันสุดแหวกไม่ซ้ำใครอย่าง Vivienne Westwood และ Asics จึงกลับมาการจับมือกันอีกครั้งหลังจากเคยสร้างความประทับใจให้กับแฟนสนีกเกอร์ไปด้วยโมเดล GEL-Saga เมื่อเดือนภุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยคราวนี้เป็นคิวของสองโมเดล GEL-Kayano 5 OG และ GEL-Mai Knit ซึ่งให้ภาพลักษณ์ทันสมัย จัดจ้านในสไตล์ Vivienne ซึ่งเข้ากับแฟชันแนวสตรีทได้อย่างดีเยี่ยม

เริ่มกันด้วย GEL-Mai ได้นำแพทเทิร์นของลาย Squiggle ซึ่งเป็นผลงานเปิดตัวครั้งแรกในคอลเลกชั่น Fall / Winter 1981 ของ Vivienne กลับมาเติมความสดใสให้กับรองเท้าคู่นี้ด้วยสีแดงและขาวที่ตัดกันอย่างชัดเจนในสไตล์รองเท้าทรงหุ้มข้อขอบยางยืดแบบถุงเท้า พร้อมด้วยการนำเทคนิคที่มักใช้ในการตัดเย็บของ Westwood มาใช้สำหรับการร้อยเชือกรองเท้า รวมทั้งปักไอคอนรูปดาวเสาร์ของ Vivienne Westwood ไว้บริเวณด้านหลังของรองเท้าด้วย


Vivienne Westwood x Asics GEL-Mai Knit

GEL-Mai ถือสนีกเกอร์ที่มีประวัติยาวนานเกือบ 20 ปี อยู่สร้างตำนานให้ Asics มาตลอด ด้วยดีไซน์เจ็บๆอย่างการดีไซน์รูร้อยเชือกที่แปลกตาซึ่งไม่ได้ใส่เข้ามาเพื่อดูเท่ห์อย่างเดียวแต่ทาง  Asics ได้ทำการวิเคราะห์มาแล้วว่า การวางตำแหน่งแบบนี้จะช่วยเพิ่มความกระชับต่อฝ่าเท้าและข้อเท้าให้กับผู้สวมใส่ ที่สำคัญเจ้า GEL-Mai ยังมาพร้อมเทคโนโลยี fuzeGEL บริเวณ Midsole ที่ช่วยรองรับแรงกระแทกเวลาเดิน ลดความเมื่อยล้าเมื่อต้องเดินในระยะไกลเรียกว่าเป็นรองเท้าที่รองรับ lifestyle ของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

ทางด้าน GEL-Kayano 5 OG  อีกรุ่นในคอลเลกชันนี้เป็นรองเท้าวิ่งรุ่นดังจากปี 1999 ที่ได้รับการนำกลับมาผลิตใหม่อีกครั้งพร้อมรูปทรงสไตล์ Chunky หรือ Dad shoes แบบดั้งเดิมที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน ผลิตด้วยวัสดุหนังและผ้าตาข่ายน้ำหนักเบา ส่วนพื้นรองเท้ามาใน GEL ขนาดใหญ่ที่มองเห็นจากภายนอกให้การรองรับแรงกระแทกระดับสูง พิเศษตรงในยุคนั้นถูกออกแบบให้เป็นรองเท้าวิ่งที่สามารถใช้ cross-training ได้ด้วย

Vivienne Westwood x Asics GEL-Kayano 5 OG

สำหรับ GEL-Kayano 5 OG  สไตล์ Vivienne มาพร้อมกับโทนสีแดงส้มอันเป็นที่สีหลักของทาง Vivienne Westwood ตัดกับดีเทลในโทนสีฟ้าและสีน้ำเงินกรมท่าที่ช่วยให้ลุคโดยดูรวมลงตัว บริเวณส้นเท้าด้านหลังจะมีโลโก้ดาวเสาร์ของ Vivienne Westwood ส่วนพื้นด้านในจะมีโลโก้ ASICS x Vivienne Westwood และลายแพทเทิร์น Squiggle พิมพ์ไว้บริเวณลิ้นรองเท้าด้านใน

The HBX x ASICS GEL-KAYANO 5 OG

นอกจากงาน Collab กับทาง Vivienne Westwood แล้วรุ่น GEL-Kayano ก็เพิ่งไปจับมือกับเว็บไซต์มัลติแบรนด์ชื่อดังจากฝั่งเกาะฮ่องกงอย่าง HBX ออกลวดลายใหม่ในชื่อ The HBX x ASICS GEL-KAYANO 5 OG ซึ่งการออกแบบได้แรงบันดาลใจมาจากยุค 90s ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีอย่าง Web 1.0 และการเกิด Internet Explorer 5 ที่เปิดตัวในปี 1999 อันเป็นจุดเริ่มต้นเครือข่ายสังคมระดับโลกยุคเริ่มแรก ตลอดจนหนังไซไฟแนวโลกแตกในยุคนั้น

The HBX x ASICS GEL-KAYANO 5 OG

การออกแบบรองเท้ารุ่นนี้จึงเสมือนกับต้องการพาวัยมิลเลนเนียลหวนกลับไปรำลึกความหลังในยุค 90 โดยอ้างถึงการเปลี่ยนผ่านยุคเริ่มแรกของอินเทอร์เน็ตโดยการใช้สีขาวแทนคอมพิวเตอร์บริเวณส่วน Upper ผสมผสานกับสีเทา สีเขียว และม่วงอ่อนที่ให้อารมณ์เหมือนหน้าจอคอมขณะเปิดเครื่อง ปิดท้ายด้วยการใช้สีแดงตัดกับแถบด้านข้างสีใสซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Asics จริงๆเเค่โมเดลรองเท้าคู่นี้ก็มีความคลาสสิคอยู่เเล้ว แต่ทางแบรนด์สามารถนำมาดีไซน์ให้ลงตัวมากยิ่งขึ้น

ตอนนี้ดูเหมือนว่าทาง Asics จะหาทางตัวเองบนพื้นที่สตรีทแฟชันเจอแล้ว ต่อจากนี้ก็ต้องรอดูกันว่าเขาจะมาทวงความยิ่งใหญ่ในฐานะรองเท้า Lifestyle ได้เท่า  Performance หรือไม่ แต่เห็นคุณภาพและราคาที่เอื้อมถึงได้ง่าย ๆ แล้ว บอกเลยว่าไม่ยาก

Source : 1|2|3|4|5

Suthamat
The girl with flowers tattoo

บทความที่เกี่ยวข้อง