เมื่อความสัมพันธ์มันแตกหัก (นี่คือสิ่งที่ต้องทำ) ปรับชีวิตให้ชินกับความ"โสด" - TheMacho
 19
เมื่อความสัมพันธ์มันแตกหัก (นี่คือสิ่งที่ต้องทำ) ปรับชีวิตให้ชินกับความ”โสด”

“ได้แต่ยินยอมรับความเจ็บปวด…ถึงแม้ความโสดจะไม่ได้ดูดี หรือน่ายินดีนัก แต่คุณต้องค้นหาวิธีเพื่อก้าวต่อไป และรับมือกับความโสดให้ได้… Just Move on!!”

การเลิกราอาจดูเหมือนเป็นช่วงเวลาที่ยากจะรับมือ ข้อความเดียว คำไม่กี่คำ หรือแม้แต่การสนทนาสั้นๆ แต่ความเจ็บปวดจากการเลิกราสามารถครอบคลุมและกินเวลานานแทบขาดใจกับการรักษาแผลใจ และการจากไปของใครบางคน คุณอาจใช้เวลาเป็นเดือน เป็นปี หรือหลายสิบปี ขึ้นอยู่กับความจริงจัง และระยะเวลาของความสัมพันธ์…

หนึ่งในส่วนที่ยากที่สุดของการเลิกรา คือเมื่อแฟนเก่าของคุณเคลื่อนไหวต่อไป การได้รับรู้ว่าพวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น การเริ่มต้นใหม่ของพวกเขาที่ไม่มีคุณอีกต่อไปและมักจะมีช่วงเวลาที่คุณรู้สึกว่า ในที่สุดพวกเขาก็อยู่เหนือคุณ และอยู่ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีคุณ (หรือเริ่มกระบวนการในการก้าวต่อไป)

อาจเป็นไปได้ว่าแฟนเก่าของคุณมีความสัมพันธ์ครั้งใหม่ พวกเขาอาจลบรูปภาพของคุณออกจากโซเชียลมีเดียของพวกเขา หรือแทนที่สิ่งที่คุณเคยมอบให้ ไม่หลงเหลือแม้แต่ความทรงจำที่เคยมีร่วมกัน พวกเขาแค่มีลำดับความสำคัญใหม่ มันน่าใจหายใช่ไหม ก็เข้าใจได้อ่ะนะ…

สิ่งนี้อาจเป็นเรื่องยากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าแฟนเก่าของคุณเป็นคนที่ยุติความสัมพันธ์ แต่ไม่ว่าใครบางคนที่คุณเคยใส่ใจอย่างลึกซึ้ง จะไม่รู้สึกอะไรกับคุณก็ตามแต่ และมันเป็นเรื่องยาก หากคุณกำลังดิ้นรนกับสิ่งนั้น แต่หยุดเถอะ เลิกคร่ำครวญถึงสิ่งที่จบไปแล้ว ในตอนนี้นี่คือสิ่งที่คุณควรคำนึงถึง และจำเป็นต้องทำ..เพื่อตัวคุณเอง

อย่าไล่ล่าแฟนเก่าของคุณบนโซเชียลมีเดีย..

หากความรู้สึกที่คุณเคยมีนั้นมาจากโซเชียลมีเดีย คุณควรหยุดทรมานตัวเอง เพราะการติดตามแฟนเก่าของคุณบนโซเชียลมีเดียสามารถทำให้คุณรู้สึกว่าตนเองเป็นอุปสรรค และมันขัดขวางไม่ให้คุณก้าวต่อไปได้

“สิ่งที่ดึงดูดมากๆ อาจเป็นไปตามการเคลื่อนไหวใน Facebook, Twitter และ Instagram ของพวกเขา สิ่งนี้จะทำให้การเลิกรายากขึ้นเท่านั้น การบล็อก การเลิกติดตาม และการเลิกเป็นเพื่อน เป็นสิ่งที่ยอมรับได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

ถ้ายังเผชิญหน้ากับความจริงไม่ไหว สูตรเด็ดสำหรับการเอาชนะความเจ็บปวดนั้น ไม่ได้ซับซ้อนอะไร ทางที่คุณต้องทำคือ…“คุณต้องตัดการเชื่อมต่อ”

วิธีจัดการกับปัญหาอดีตของคุณ

“หากมีโอกาสคุณจะพบแฟนเก่าของคุณ ยอมรับสิ่งที่จะเข้ามา” มันจะน่าอึดอัดใจ แต่จริงๆแล้วก็ไม่น่าอึดอัดอย่างที่คุณคิด คุณสามารถจัดการการเลิกราเรียบร้อยแล้ว ส่วนความอึดอัดใจไม่กี่นาทีก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่

แนะนำให้มีการวางแผนเตรียมใจสำหรับการโต้ตอบ “หลีกเลี่ยงการสัมผัส แตะเนื้อต้องตัวกับแฟนเก่าของคุณ จะไม่มีการกอด หรือจูบที่แก้ม เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวเกินไป”

และการจับมือกันนั้น มันก็มีความเป็นธุรกิจมากเกินไป แนะนำให้ยิ้มพยักหน้า และสบตากันแทน คุณไม่ควรสนทนาอย่างลึกซึ้ง ดังนั้นกล่าวขอตัวหลังจากห้านาทีของการสนทนา บอกว่าเป็นการดีที่ได้พบพวกเขาอีกครั้ง พยักหน้า และยิ้มอีกครั้ง แล้วก้าวออกจากสถานการณ์น่าอึดอัดนั้น

ถ้าคุณไม่รู้สึกว่าคุณสามารถจัดการกับสิ่งที่น่าอึดอัดใจในห้านาทีได้ อย่าฝืนผลักตัวเองให้ยิ้ม และรับมัน “คุณไม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการสนทนา” บางคนอาจยืนยันว่าคุณควรสุภาพ แต่อีกมุมมองหนึ่งแสดงให้เห็นว่าคุณไม่ควรหยาบคาย หากคุณไม่ต้องการสนทนาคุณสามารถพยักหน้า และแก้ตัวหลังจากการแนะนำตัว

ทำไม?? คนเก่าของคุณถึงมีรักครั้งใหม่ หรือเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว??

หากแฟนเก่าของคุณที่เลิกลากันไป และดูเหมือนว่าพวกเขามีความรักครั้งใหม่ หลังจากการเลิกราไม่นาน จริงๆแล้วนั่นอาจเป็นความรู้สึกที่โหดร้าย มันอาจทำให้คุณสงสัยว่าความสัมพันธ์ของคุณมีความหมายอะไรกับแฟนเก่าหรือไม่ หรือถ้าพวกเขาเริ่มพัฒนาความรู้สึกให้กับคนอื่นก่อนที่ความสัมพันธ์จะจบลง…

ไม่มีประโยชน์ที่จะเสียเวลากับการคิดมากเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ เช่น การสะกดรอยตามสื่อสังคมออนไลน์ จนได้รับรู้ในสิ่งที่คุณต้องการ แต่นั่นจะทำให้คุณหดหู่มากขึ้นเท่านั้น คุณควรจะใช้เวลาให้น้อยที่สุด เพื่อกำจัดเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการเยียวยาที่รวดเร็วเกินไปของพวกเขา หยุดสงสัย หยุดสนใจ เพราะมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น!

“เมื่อแฟนเก่าของคุณเริ่มออกเดทกับคนอื่น มันอาจเป็นไปได้ว่าพวกเขาพบความโรแมนติกที่เหมาะกับพวกเขามากขึ้น หรือบางทีพวกเขาอาจจะต้องพยายามต่อไปก็ได้ใครจะรู้”

สิ่งที่คุณคิดว่าพวกเขาเคลื่อนไหว อาจเป็นเพียงกลไกในการจัดการกับปัญหา หมายความว่า คุณไม่มีทางรู้จริงๆว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร “คุณไม่รู้หรอกว่าพวกเขาเคลื่อนไหวตามอารมณ์หรือไม่” คุณเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นจากภายนอก ดังนั้นอย่าตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขารู้สึก

ไม่ว่าคุณจะทำอะไรอย่าเข้าถึงพวกเขา (หรือเพื่อนร่วมกัน หรือแม้แต่คนรู้จัก) เพื่อทำความเข้าใจว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร น่าหงุดหงิดที่มันอาจจะอยู่ในอารมณ์ที่ไม่แน่นอน การหมกมุ่นกับพวกเขา และเริ่มต้นการสนทนาที่ยากลำบากเกี่ยวกับความสัมพันธ์ จะไม่ช่วยให้คุณเอาชนะพวกเขาได้ ที่จริงแล้วมันจะทำให้แย่ลงเท่านั้น

เคล็ด(ไม่)ลับ รับมือกับความเจ็บ!!

แฟนเก่าของคุณย้ายออกไป หรือพวกเขาทำอะไรบางอย่าง หรือแม้แต่คุณได้ยินว่าพวกเขาทำอะไรบางอย่าง ที่แสดงให้เห็นนอกเหนือจากสิ่งที่ไม่ควรทำ ยกตัวอย่าง เช่น การสะกดรอยตามคุณบนโซเชียลมีเดีย นี่คือเคล็ดลับที่มีประโยชน์บางประการสำหรับสิ่งที่ต้องทำ

อย่าแกล้งทำเป็นว่ามันไม่ได้เกิดขึ้น การเพิกเฉยต่อความเป็นจริงของสถานการณ์ อาจรู้สึกเจ็บปวดน้อยลงในขณะนี้ แต่มันจะไม่ช่วยในระยะยาว นั่นเป็นเหตุผลที่คุณควรพยายามประมวลผลสิ่งต่างๆ โดยยอมรับว่าเกิดขึ้น

การพึ่งพาความรู้สึก และประสบการณ์ที่ยากลำบากเหล่านั้นอาจช่วยให้คุณเคลื่อนไหว และก้าวต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น “คุยกับใครสักคน แต่ไม่ใช่แฟนเก่าของคุณ” ดังนั้นอย่าติดต่อแฟนเก่าของคุณ เพราะมันเท่ากับการเปิดบาดแผลเก่าเท่านั้น และเคล็ดลับต่อไปนี้ คือวิธีเพื่อให้รับมือกับความเจ็บปวดครั้งนี้

1. สะท้อนพฤติกรรมของคุณเอง

“หลังจากการเลิกรา เรามักจะมุ่งเน้นไปที่การกระทำผิดของอดีต แต่ปัญหาความสัมพันธ์ส่วนใหญ่มันเกิดขึ้นจากคนสองคน ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง และเพื่อที่จะดำเนินการต่อ และสำรวจความสัมพันธ์ใหม่ เราต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของเราเอง การทำเช่นนั้นไม่เพียงช่วยให้เราเติบโต แต่ยังช่วยลดความวิตกกังวลที่เกิดจากความรู้สึกผิด ความโกรธ และความเสียใจ เราทุกคนทำผิดพลาด และแต่ละคนก็มีโอกาสเรียนรู้”

2. ถามคำถามที่ถูกกับตัวเอง

“ถามคำถามเสริมอำนาจ เช่น ‘มีอะไรดีเกี่ยวกับสถานการณ์นี้? เมื่อคุณถามคำถามที่ทรงพลัง คุณจะได้รับคำตอบที่ดีกว่า จนถึงตอนนี้คุณอาจถามคำถามที่ทำให้หมดกำลังใจเช่น ‘ทำไมแฟนเก่าของฉันถึงทิ้งฉันไป’ หรือ “ฉันทำอะไรผิด”

เอาจริงๆตั้งสติ!! คุณควรเลิกตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบในด้านลบ แต่ควรจะถาม เพื่อหาคำตอบเชิงบวกเช่นว่า ‘ฉันจะมีความสุขสำหรับพวกเขาได้อย่างไร?’ ‘ใครจะเป็นความรักอันยิ่งใหญ่ต่อไปของฉัน’ และ ‘ฉันขอบคุณอะไร?’ มันมีพลังอารมณ์มหาศาลในการถามคำถามที่ถูกต้องกับตัวเอง”

3. ดูแลตัวเองด้วย

“โดยไม่คำนึงถึงบทบาทของคุณในการเลิกรา คุณต้องดูแลตัวเองทั้งทางร่างกาย และอารมณ์” การวิจัยเชิงประสาทวิทยาพบว่าความเจ็บปวดที่เกี่ยวข้องกับความปวดใจนั้น คล้ายกับความเจ็บปวดทางร่างกาย ในแง่ของการทำงานของสมอง เพราะจังหวะทางชีวภาพของคุณถูกควบคุมโดยคู่ของคุณในความสัมพันธ์ระยะยาว

การนอนหลับ การออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร และแม้กระทั่งความดันโลหิตของคุณอาจได้รับผลกระทบ ดังนั้นควรระมัดระวังเป็นพิเศษในการกินให้ดี ทำให้มีเวลาสำหรับการดูแลตนเอง การนอนหลับ และการออกกำลังกาย มันช่วยให้คุณผ่อนคลายมากขึ้น”

4. มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายชีวิตของคุณ

“จัดการกับบางสิ่งที่คุณกำลังจะทำ” เช่น เข้าเรียนภาษา กีฬา หรือสิ่งใหม่ที่คุณสนใจ มีกฎเพียงสองข้อเท่านั้น คือ โครงการของคุณจะต้องทำให้คุณตื่นเต้น และต้องทำให้คุณรู้สึกว่าคุณกำลังเติบโต การไล่ล่าจุดประสงค์ใหม่จะทำให้คุณก้าวหน้า การเจริญเติบโตเท่ากับความสุข

การปรับโฟกัสนี้จะทำให้ง่ายขึ้นมาก และในไม่ช้าถ้าแฟนเก่าที่คุณรักปรากฏบนโซเชียลมีเดียคุณจะพูดว่า ‘ดีสำหรับพวกเขา’ … จากนั้นกลับมาที่ ‘Project You’

5. ดูที่ด้านสว่าง

การเรียนรู้เกี่ยวกับตนเอง การเติบโตส่วนบุคคล ประสบการณ์ และการกำหนดเป้าหมายใหม่ จะทำให้มีการปรับจุดโฟกัสที่ชัดเจนมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ จะเป็นเหมือนแสงสว่างที่ทุกคนสามารถมองหาได้จากรอบๆตัวคุณ ทุกคนสามารถก้าวผ่านความเจ็ปปวดได้ เพียงแค่ต้องเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และยอมรับในความเป็นจริงให้ได้…

VieWolf

Writer, Project Editor, Photographer

บทความที่เกี่ยวข้อง