8 กองหน้า เชลซี ที่ฟอร์มแย่ที่สุดในยุคพรีเมียร์ลีก - TheMacho
 442
8 กองหน้า เชลซี ที่ฟอร์มแย่ที่สุดในยุคพรีเมียร์ลีก

       นับตั้งแต่ฟุตบอลลีกสูงสุดเมืองผู้ดีเปลี่ยนมาใช้ชื่อ “พรีเมียร์ลีก” ในฤดูกาล 1992-1993 นั้น เชลซี ถือเป็นสโมสรแห่งหนึ่งที่บรรดาแฟนบอลทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากพวกเขามีนักเตะมากหน้าหลายตาแวะเวียนมาสร้างสีสรรค์ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ อย่างไม่ขาดสาย

        โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าที่มี่ฝีเท้าจัดจ้าน อาทิ จิอันลูก้า วิอัลลี่, จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัลเซลเบงค์ และจิอันฟรังโก้ โซล่า หรือแม้กระทั่งยอดดาวยิงรุ่นหลังอย่าง  ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น และดิดิเย่ร์ ดร็อกบา เองก็ตาม

        แต่ไม่ใช่ศูนย์หน้าทุกคนที่จะประสบความสำเร็จกับ เชลซี บรรดาหัวหอกชื่อดังต่อไปนี้ บางรายย้ายมาด้วยค่าตัวมหาศาล พร้อมกับความคาดหวังของสาวก “สิงห์บลูส์” ที่อยากจะเห็นฟอร์มถล่มตาข่ายอันยอดเยี่ยม แต่พวกเขากลับโชว์ฟอร์มกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

ไม่ว่าด้วยเหตุอะไรก็ตามแต่ ไม่มีใครกล้าปฏิเสธได้ว่า กองหน้าทั้ง 8 คน ถือเป็นการทำธุรกิจที่น่าผิดหวังอย่างแรง “สิงโตน้ำเงินคราม” จนถึงตอนนี้

8.อัลบาโร่ โมราต้า

การโชว์ฟอร์มซัดไป 20 ประตู จาก 43 นัดรวมทุกรายการให้กับ เรอัล มาดริด ในซีซั่น 2016-2017 นั้นถือว่า ยอดเยี่ยม ในปีต่อมา โมราต้า ตัดสินใจอำลาทัพ “ราชันชุดขาว” มาค้าแข้งในเมืองผู้ดีกับ เชลซี ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 70 ล้านปอนด์ และนับเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ “สิงห์บลูส์” อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หัวหอกชาวสเปน กลับโชว์ฟอร์มให้กับ เชลซี ได้อย่างน่าผิดหวัง เขายิงไปเพียง 16 ประตู จากการลงสนามรวมทุกรายการ 47 นัด และในช่วงหลังต้องตกเป็นตัวสำรองของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส

ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โมราต้า ตัดสินใจอำลาถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ กลับไปเล่นในบ้านเกิดกับ แอตเลติโก มาดริด ซึ่งเป็นสโมสรแรกของเขาตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะเยาวชน

7. กอนซาโล่ อิกวาอิน

ในช่วงที่ อิกวาอิน ทำงานร่วมกับ เมาริซิโอ ซาร์รี่ โค้ชชาวอิตาลี ที่ นาโปลี ในปี 2015-2016 นั้น เขาทำสถิติซัดไป 36 ประตู จาก 35 นัดในเกมลีก และในซีซั่น 2018-2019 ทั้งคู่กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในทีม เชลซี แต่มันไม่เวิร์คเหมือนเดิม

ศูนย์หน้าชาวอาร์เจนไตน์ ลงสนามให้ เชลซี ไปทั้งสิ้น 18 นัด และยิงได้เพียง 5 ประตู เท่านั้น นอกจากนี้ ฟอร์มในสนามของเขา อาทิ การประสานงานกับเพื่อนร่วมทีม, การหาช่องทำประตู และการช่วยเกมรับ ยังนับว่า น่าผิดหวังอีกด้วย

ดาวเตะวัย 31 ปี ย้ายจาก เอซี มิลาน มาเล่นกับ เชลซี ด้วยสัญญายืมตัว และจากฟอร์มสุดฝืดของเขานั้น เป็นไปได้ว่า เจ้าตัวจะไม่ได้รับสัญญาถาวรจาก “สิงห์บลูส์” อีกแล้ว

6.เฟอร์นานโด ตอร์เรส

“เอล นินโญ่” เซ็นสัญญากับ เชลซี ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 50 ล้านปอนด์ แต่อาชีพของเขาในเสื้อ “สิงโตน้ำเงินคราม” โชคร้ายตั้งแต่เริ่มต้น การเปิดตัวของ ตอร์เรส เป็นความพ่ายแพ้ต่อทีมเก่าอย่าง ลิเวอร์พูล คาถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ 0-1 และใน 13 เกมแรก เขาไม่สามารถยิงประตูได้เลย

คาร์โล อันเชล็อตติ และโจเซ่ มูรินโญ่ 2 อดีตกุนซือ เชลซี พยายามช่วยเหลือ และให้โอกาส ตอร์เรส อย่างเต็มที่ แต่ดาวยิงชาวสเปน กลับไม่สามารถคว้ามันเอาไว้ได้ สิ่งที่ดีที่สุดของ อดีตดาวเตะ “หงส์แดง” คือ คว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก ร่วมกับ เชลซี ในปี 2013 ซึ่งเขาทำประตูได้ 1 ลูก ในนัดชิงฯ กับ เบนฟิก้า

5. มาเตย่า เคสมัน

เมื่อ โรมัน อบราโมวิช เข้ามาเทคโอเวอร์ เชลซี ในปี 2004 พวกเขากลายเป็นทีมที่มีเงินมากมาย และ เคสมัน ก็เป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องของ โจเซ่ มูรินโญ่ อดีตนายใหญ่ “สิงโตน้ำเงินคราม” ในเวลานั้น

หัวหอกชาวเซอร์เบีย ย้ายมาพร้อมกับ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ดาวยิงทีมชาติไอโวรี่  โคสต์ แต่สำหรับแฟนบอล เชลซี คงไม่ต้องบอกว่า ใครกลายเป็นตำนานของสโมสรจนถึงตอนนี้

เคสมัน ทำประตูได้ 78 ลูก ใน 2 ฤดูกาลสุดท้ายของเขาที่ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น แต่กับ เชลซี เขายิงได้เพียง 4 ลูก เท่านั้น จาก 25 นัด ก่อนจะย้ายออกจากทีมในปีถัดมา

4.อาเดรียน มูตู

ภายใต้สถานการณ์อื่น มูตู จะถือเป็นข้อพิสูจน์ว่า กองหน้าที่ย้ายมาจาก ปาร์ม่า ในศึกกับโช่ เซเรีย อา อิตาลี นั้น อาจทำผลงานได้ดีในฟุตบอลลีกสูงสุดประเทศอังกฤษ แต่เขาก็ทำมันไม่สำเร็จกับ เชลซี

หัวหอกชาวโรมาเนีย มีฟอร์มการเล่นในสนามตกต่ำอย่างน่าใจหาย นอกจากนี้ เขายังโดนตำรวจจับในข้อหาเสพโคเคน อีกด้วย ซึ่งคดีดังกล่าว ส่งผลให้เจ้าตัวโดนแบนยาว 7 เดือน พร้อมกับที่ เชลซี ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 15 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

3. ราดาเมล ฟัลเกา

        ฟัลเกา เป็นสัญญาณที่น่ากลัวสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังเขาย้ายไปเล่นในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดในปี 2014-2015 และทำได้เพียง 4 ประตู จาก 26 เกม จากนั้น หัวหอกโคลอมเบีย ย้ายมาเล่นกับ เชลซี ด้วยสัญญายืมตัวในปีถัดมา และโชว์ฟอร์มสุดฝืดด้วยการยิง 1 ประตู จาก 12 นัดที่ลงสนามให้ “สิงห์บลูส์”

        กองหน้าวัย 33 ปี กลายเป็นความล้มเหลวอย่างสมบูรณ์แบบของ เชลซี หลังจากที่ทีมแพ้ไปถึง 6 เกม จาก 12 นัดที่ ฟัลเกา ได้ลงสนามเป็นตัวจริง นอกจากนี้ เขายังประสบกับปัญหาอาการบาดเจ็บตลอดทั้งซีซั่นอีกด้วย

2.คริส ซัตตัน

       ย้อนกลับไปในปี 1999 เงินจำนวน 10 ล้านปอนด์ ถือเป็นมูลค่ามหาศาลหากสโมสรใดจะลงทุนซื้อนักเตะมาร่วมทีม เชลซี ยอมควักเงินจำนวนดังกล่าว คว้าตัว ซัตตัน มาจาก แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส พร้อมกับมอบเสื้อหมายเลข 9 ให้เขา

        ดาวยิงชาวอังกฤษ ลงสนามให้กับ เชลซี ไปทั้งสิ้น 28 นัด ยิงได้เพียง 1 ประตู เท่านั้น ก่อนจะย้ายไปเล่นกับ “ม้าลายเขียว-ขาว” กลาสโกว์ เซลติก ในสก็อตแลนด์ ในปีถัดมา

1.อังเดร เชฟเชนโก้

        “หากยังไม่พังอย่าแก้ไข” นั่นเป็นคำเปรียบเทียบได้ดีที่สุดในกรณีของ เชฟเชนโก้ เชลซี พึ่งคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จในซีซั่น 2005-2006 โดยมี ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ยืนเป็นศูนย์หน้า ในระบบ 4-3-3 ภายใต้การคุมทีมของ โจเซ่ มูรินโญ่

        อย่างไรก็ตาม โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม เชลซี ควักเงิน 30 ล้านปอนด์ ซื้อ เชฟเชนโก้ มาจาก เอซี มิลาน ในฤดูกาลถัดมา มูรินโญ่ พยายามลองผิดลองถูกเพื่อหาระบบที่เข้ากับสไตล์การเล่นของ หัวหอกชาวยูเครน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

        ก่อนหน้านี้ “เชว่า” อยู่กับ มิลาน ใน 3 ซีซั่นหลังสุด เขายิงได้ 28, 26 และ 28 ประตู ตามลำดับ แต่กับ เชลซี 2 ฤดูกาล เขายิงไปเพียง 23 ประตู จาก 77 นัดรวมทุกรายการ

ภาพประกอบ : skysports.com, standard.co.uk, bleacherreport.com, thesefootballtimes.co, joe.co.uk, caughtoffside.com, sportskeeda.com

Che Navapun

บทความที่เกี่ยวข้อง