7 แข้งฝีเท้าดีที่ถูกลืมหลังย้ายสโมสร - TheMacho
 230
7 แข้งฝีเท้าดีที่ถูกลืมหลังย้ายสโมสร

มีนักเตะฝีเท้าดีมากมายในวงการฟุตบอลที่สร้างชื่อกับต้นสังกัดเดิมของตัวเอง และจากฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมนั้น มันก็เหมือนเป็นการจุดประกายให้สโมสรใหญ่พยายามอย่างหนักในการคว้าตัวพวกเขาไปร่วมทีม

 แน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะประสบความสำเร็จกับทีมใหม่ แม้พวกเขาจะเคยทำผลงานได้ดีมากแค่ไหนก็ตาม มันมีหลายปัจจัยที่ทำให้แข้งเหล่านั้น ต้องเผชิญกับความล้มเหลวอย่างไม่น่าเชื่อ และผู้เล่นต่อไปนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อตัดสินใจย้ายทีมผิดจังหวะ มันก็ทำให้พวกเขาถูกลืมเลือนไปได้ง่ายๆ

Source : mirror

1. ชาร์ลี อดัม  (ลิเวอร์พูล)

อดัม เป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้ แบล็คพูล คว้าตั๋วเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จ ในปี 2009/10 หลังโชว์ฟอร์มสุดยอดด้วยการซัดไปถึง 20 ประตู รวมถึงยิงใส่ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในรอบเพลย์ออฟ อีกด้วย

แต่มันเป็นดูกาลแรก และฤดูกาลเดียวที่ แบล็คพูล ได้เล่นในลีกสูงสุดของประเทศ และแม้ “เดอะ ซีไซเดอร์ส” จะตกชั้น แต่ อดัม ก็ฝากผลงานที่ยอดเยี่ยมด้วยการซัดไป 12 ประตู ซึ่งทำให้ ลิเวอร์พูล ไม่รอช้าที่จะคว้าตัวเขาไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ตาม กองกลางชาวสก็อตแลนด์ อยู่กับ ลิเวอร์พูล ได้เพียง 12 เดือนเท่านั้น และถูก “หงส์แดง” ขายให้กับ สโต๊ค ซิตี้ ในช่วงฤดูร้อนต่อมา โดยเวลานี้ อดัม ในวัย 33 ปี กำลังค้าแข้งอยู่กับ เรดดิ้ง ในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ

Source : fourfourtwo

2. ไตตัส บรัมเบิ้ล (นิวคาสเซิล)

มันอาจจะยากที่จะเชื่อว่า บรัมเบิ้ล เคยเป็นกองหลังดาวรุ่งที่หลายทีมในพรีเมียร์ลีก ต้องการตัว หลังจากที่เขาทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่งด้วยการพา อิปสวิช ทาวน์ จบซีซั่นด้วยอันดับที่ 5 ในตารางคะแนนอย่างเซอร์ไพร์ส ในปี 2001/02 และ นิวคาสเซิล ก็เต็มใจจะจ่ายเงิน 6 ล้านปอนด์ คว้าเขาไปร่วมทีม

บรัมเบิ้ล ค้าแข้งในถิ่น เซนต์ เจมส์ ปาร์ค เป็นเวลา 6 ซีซั่น ด้วยฟอร์มการเล่นไม่โดดเด่น แต่ก็ไม่แย่จนเกินไปนัก ก่อนที่เขาจะตัดสินใจอำลา “สาลิกาดง” ไปตระเวนค้าแข้งกับ วีแกน แอธเลติก และซันเดอร์แลนด์

ล่าสุด บรัมเบิ้ล ในวัย 37 ปี ย้ายไปเล่นกับ สโตว์มาร์เก็ต ทาวน์ ทีมนอกลีกของประเทศอังกฤษ และยังไม่ได้ลงสนามเลยแม้แต่นัดเดียว

Source : ligafutbol

3. ดาเนี่ยล กีซ่า (เฟเนร์บาห์เช่) ตกลงย้ายจาก เรอัล มายอร์ก้า ไปอยู่กับ

ในช่วงฤดูกาลปี 2007/08 กีซ่า โชว์ฟอร์มสุดร้อนแรงด้วยการกระหน่ำประตูให้กับ เรอัล มายอร์ก้า ในศึกลา ลีกา สเปน ไปถึง 27 ลูก พร้อมกับความตำแหน่งดาวซัลโว รวมถึงมีชื่อติดทีมชาติสเปนชุดลุยศึกยูโร ปี 2008 อีกด้วย

“ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซนอล และ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ต่างแสดงความสนใจในตัว กีซ่า อย่างมาก แต่กลายเป็น เฟเนร์บาห์เช่ ที่ยอมจ่ายค่าฉีกสัญญาจำนวน 13.7 ล้านปอนด์ ให้กับ มายอร์ก้า เพื่อคว้าตัวเขาไปล่าตาข่าย

แต่ ดาวยิง “กระทิงดุ” ไม่ประสบความสำเร็จในเวลา 3 ปี กับ เฟเนร์บาห์เช่ เขาต้องพเนจรไปเล่นกับ เกตาเฟ่, ยะโฮร์ ดารุล ทักซิม ในมาเลเซีย, เซอร์โร่ ปอร์เตโน่ ในปารากวัย ก่อนจะกลับมาเล่นที่บ้านเกิดกับ กาดิซ และล่าสุด แอตเลติโก ซานลูเกโน่ ในเซกุนด้า บี

Source : Sport.co.uk

4. ฟรานซิส เจฟเฟอร์ส (อาร์เซนอล)

 มันเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับ เจฟเฟอร์ส ซึ่งได้รับการคาดหมายว่า จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก หลังจากที่เขาเปิดตัวนัดแรกกับ เอฟเวอร์ตัน ในวัยเพียง 16 ปีเท่านั้น

ในฤดูกาล 2000/01 กับ เอฟเวอร์ตัน เจฟเฟอร์ พัฒนาฟอร์มขึ้นมาอย่างมาก เขาเป็นคู่หูที่ยอดเยี่ยมให้กับ เควิน แคมป์เบล ในแดนหน้า และหลังจบฤดูกาล อาร์เซนอล จ่ายเงิน 8 ล้านปอนด์ คว้าตัว อดีตดาวยิง “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ไปร่วมทีมทันที

มันควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งดีๆที่จะมาถึง แต่มันกลับเป็นจุดจบของ เจฟเฟอร์ส เนื่องจากเขาได้รับบาดเจ็บกระทบกระเทือนทางสมอง และต้องอยู่บนม้านั่งสำรองของ อาร์เซนอล เป็นส่วนใหญ่ โดยหัวหอกชาวอังกฤษ แขวนสตั๊ดไปเมื่อปี 2013 กับ แอคคริงตัน ในลีกทู

Source : akamaized

5. ฆาบี โมเรโน่ (มิลาน)

โมเรโน่ เป็นแนวรุกคนสำคัญของ อลาเบส ชุดที่ถึงรอบชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า คัพ ปี 2001 แต่พวกเขาต้องพ่ายให้กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไปแบบหวุดหวิด 5-4 และจากฟอร์มที่ยอดเยี่ยมจึงทำให้ มิลาน คว้าตัวเขาไปเสริมทัพในที่สุด

 กองหน้าชาวสเปน พยายามปรับตัวให้เข้ากับสไตล์ฟุตบอลอิตาลี แต่ก็ไม่เป็นผล เขายิงให้กับ มิลาน ไปเพียง 2 ลูกเท่านั้น จากการลงสนาม 16 เกม จากนั้น โมเรโน่ ถูกปล่อยตัวให้กับ แอตเลติโก มาดริด และได้ย้ายไปค้าแข้งกับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส ในยุคของกุนซือ แซม อัลลาไดซ์ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

Source : fourfourtwo

6.เบนจานี่ เอ็มวารูวารี (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

มันง่ายที่จะลืมว่า เอ็มวารูวารี เคยเป็นหนึ่งในนักเตะของ แมนฯซิตี้ ในยุคที่ “เรือใบสีฟ้า” กลายเป็นทีมมหาเศรษฐี หลังจากที่เขาย้ายจาก ปอร์ตสมัธ มาเล่นในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อปี 2008 ด้วยค่าตัวเพียงแค่ 3.87 ล้านปอนด์ เท่านั้น

หัวหอกชาวซิมบับเว เกือบจะไม่ได้เป็นสมาชิกของ แมนฯซิตี้ อยู่แล้ว หลังโดนตรวจพบอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า นอกจากนี้ เอกสารการย้ายทีมของเขาก็เลยวันเดดไลน์ไปแล้ว แต่ทางพรีเมียร์ลีกก็อนุญาตให้การย้ายสังกัดเกิดขึ้น ภายหลังตรวจสอบรายละเอียดต่างๆครบถ้วน

ตลอดเวลา 3 ฤดูกาลกับ แมนฯซิตี้ เอ็มวารูวารี ยิงได้เพียง 7 ประตู ก่อนจะย้ายไปเล่นกับ ซันเดอร์แลนด์, แบล็คเบิร์น โรเวอร์ และกลับไปยัง ปอร์ตสมัธ จากนั้น เขาแขวนสตั๊ดในปี 2014 กับ บิดเวสท์ วิทซ์ ในแอฟริกาใต้

Source : linternaute

7.เฌโรม โรเต็น (ปารีส แซงต์ แชร์กแมง)

อดีตปีกซ้ายทีมชาติฝรั่งเศส เป็นหนึ่งในขุนพลหลักของทีม โมนาโก ที่ทะลุเข้าไปถึงศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงฯในปี 2004 แต่พ่ายให้กับ เอฟซี ปอร์โต้ 3-0 โดย ลูโดวิช ชูลี่ ตัวรุกร่างเล็ก เลือกย้ายไปยัง บาร์เซโลน่า ส่วน โรเต็น ย้ายไปที่ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

ในยุคนั้น ปารีสฯ ยังไม่ได้เป็นทีมยักษ์ใหญ่เหมือนปัจจุบัน และในช่วง 5 ปี ในถิ่น ปาร์ก เดอ แพร็งส์  โรเต็น ฟอร์มตกอย่างหนัก เขายิงประตูได้เพียง 10 ลูกเท่านั้น ก่อนที่จะย้ายไปยัง กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ด้วยสัญญายืมตัว

ในช่วงปลายชีวิตค้าแข้ง โรเต็น กลับมาเล่นในบ้านเกิดกับ บาสเตีย เป็นเวลา 2 ฤดูกาล และแขวนสตั๊ดไปอย่างเงียบๆกับ ก็อง เมื่อปี 2013

ภาพประกอบ : mirror.co.uk, www.fourfourtwo.com, www.ligafutbol.net,www.sport.co.uk, calcio.fanpage.it, footballworld.canalblog.com

Che Navapun

บทความที่เกี่ยวข้อง