7 บิ๊กดีลวงการลูกหนังที่เกือบจะสำเร็จ - TheMacho
 144
7 บิ๊กดีลวงการลูกหนังที่เกือบจะสำเร็จ

ในวงการลูกหนังตลอดทุกยุคทุกสมัย การโยกย้ายสังกัดของบรรดานักฟุตบอล ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ในทุกฤดูกาล ไม่ว่าแข้งเหล่านั้นจะมีชื่อเสียงโด่งดังหรือไม่ก็ตาม และในบางครั้งโชคชะตาก็ลิขิตให้พวกเขาไปอยู่กับสโมสรที่ไม่ใช่จุดหมายปลายทางที่คิดไว้ในตอนแรก

อดีตยอดนักเตะหลายคน เกือบได้ย้ายมาอยู่กับสโมสรที่ตัวเองปรารถนา แต่แล้วก็ต้องมีเหตุบังเอิญทำให้การเซ็นสัญญาไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งหากเอ่ยชื่อแข้งบางรายขึ้นมา เชื่อได้ว่าแฟนบอลหลายคนคงเสียดายไม่น้อยที่ไม่ได้เห็นฝีเท้าของดาวเตะเหล่านี้ในทีมรักของตัวเอง

เหตุผลต่างๆนาๆ ไม่ว่าจะเป็น การตัดสินใจในนาทีสุดท้ายของตัวนักเตะเอง, ระยะเวลาสัญญาไม่ลงตัว หรือแม้กระทั่งสโมสรมองว่าไม่คุ้มค่าเหนื่อยที่จะลงทุน ทำให้การย้ายทีมของพวกเขาไม่เกิดขึ้นในที่สุด

1. ไมเคิล เลาดรู๊ป (ลิเวอร์พูล ปี 1983)

ตำนานจอมทัพทีมชาติเดนมาร์ก เกือบจะย้ายจาก บรอนบี้ ในลีกบ้านเกิดไปเล่นกับ ลิเวอร์พูล ในขณะที่เขาอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การย้ายสังกัดครั้งนั้นไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งทำให้ เลาดรู๊ป อดใส่เสื้อ “หงส์แดง” อย่างน่าเสียดาย

หลังผิดหวังจากการพลาดโอกาสไปเล่นกับ ลิเวอร์พูล ในปี 1983 เลาดรู๊ป ตัดสินใจย้ายไปค้าแข้ง กับ ลาซิโอ ในอิตาลี ก่อนจะประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิตนักฟุตบอลด้วยการเล่นให้ 2 มหาอำนาจลูกหนังสเปนอย่าง บาร์เซโลน่า และเรอัล มาดริด

อดีตกองกลางทัพ “โคนม” เคยเปิดเผยว่า “เราเดินกลับออกจาก แอนฟิลด์ โดยคิดว่า การทำสัญญาเสร็จสิ้นแล้ว แต่ 2 สัปดาห์ต่อมา ลิเวอร์พูล โทรมาบอกผมว่า พวกเขาพร้อมเสนอสัญญาให้ผม 3 ปีเท่านั้น แต่ผมต้องการสัญญา 4 ปี เพราะผมต้องการเวลาในการพัฒนาตัวเอง ดังนั้น ผมจึงไม่ย้ายไปที่นั่น”

2. จูนินโญ่ (แอสตัน วิลล่า ปี 1999)

จอห์น เกรกอรี่ กุนซือ แอสตัน วิลล่า กำลังพาทีมทำผลงานติดลมบนด้วยการรั้งอันดับรองจ่าฝูงศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ในปี 1999 และกำลังจะได้ตัว จูนินโญ่ เพลย์เมคเกอร์ชาวบราซิล ของ แอตเลติโก มาดริด ไปเสริมทัพด้วยราคา 12 ล้านปอนด์ เพื่อลุ้นแชมป์ช่วงโค้งสุดท้ายซีซั่น

แต่เหมือนฟ้าผ่ากลางทัพ วิลล่า เนื่องจาก เฆซุส กิล ประธานสโมสร แอตเลติโก ต้องเข้าโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน  และเจ้าหน้าที่สโมสรคนอื่นของ “ตราหมี” ลังเลที่จะทำธุรกิจโดยไม่ได้รับการอนุญาตจากประธานฯของพวกเขา

สุดท้าย จูนินโญ่ อดย้ายไปยังถิ่น วิลล่า ปาร์ค โดยในอีก 3 ปี ต่อมา ดาวเตะแซมบ้า ย้ายไปเล่นกับ มิดเดิ้ลสโบรช์ และกลายเป็นตำนานของ “เดอะ โบโร่” จนถึงทุกวันนี้

3. อัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน่ (บาร์เซโลน่า ปี ​​1952)

ดิ สเตฟาโน่ ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่า เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร เรอัล มาดริด แต่ใครจะไปรู้ว่า กองหน้าระดับตำนานของ “ราชันชุดขาว” เกือบย้ายไปเล่นกับคู่อริตลอดกาลอย่าง บาร์เซโลน่า ในปี 1952

บาร์ซ่า เป็นทีมแรกที่แสดงความสนใจในตัว ดิ สเตฟาโน่ อย่างจริงจัง หลังจากที่เขาตัดสินใจย้ายออกจาก มิลโลนาริออส โบโกต้า ทีมต้นสังกัดในลีกโคลอมเบีย แต่ “เจ้าบุญทุ่ม” กลับไม่เดินหน้าต่อในการพาเขาไปยังถิ่น คัมป์ นู

อย่างไรก็ตาม มาดริด รีบจัดการคว้าตัว ดิ สเตฟาโน่ ไปล่าต่าข่ายทันที ซึ่ง อดีตหัวหอกชาวอาร์เจนไตน์ สร้างผลงานสุดยอดด้วยการพาพลพรรค “ราชันชุดขาว” กวาดแชม์ลา ลีกา 8 สมัย และแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ อีก 5 สมัย

4. ราอูล กอนซาเลซ (ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ปี 2008)

อดีตยอดกองหน้ากัปตันทีม เรอัล มาดริด ใกล้เคียงสุดๆกับการย้ายมาเล่นกับ สเปอร์ส ในปี 2008 ยุคที่ ฆวนเด้ รามอส เป็นผู้จัดการทีม แต่ “ไก่เดือยทอง” ปลด โค้ชชาวสเปน ออกไป และแต่งตั้ง แฮร์รี่ เร็ดแนปป์ เข้ามาทำหน้าที่แทน การย้ายทีมของ ราอูล จึงถูกยกเลิก

ราอูล เคยกล่าวว่า “ผมไปทานอาหารกับเอเย่นต์ของผม และ รามอส เพื่อพูดคุยกันเกี่ยวกับสโมสร ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ และฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก”

หลังอกหักจากการย้ายไปเล่นกับ สเปอร์ส ราอูล ก็ตัดสินใจอยู่กับ มาดริด ต่อไป และเขาก็ได้ร่วมงานระยะสั้นๆกับ รามอส ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเทรนเนอร์ “ราชันชุดขาว” ในที่สุด

F.A. Cup Semi-Final Arsenal v Tottenham Hotspurs 1990/91 at Wembley. Paul Gascoigne Tottenham won the game 3-1

5. พอล แกสคอยน์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปี 1988)

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือ แมนฯยูไนเต็ด ยังจำได้ว่า เขาเคยพูดกับ แกสคอยน์ ในคืนก่อนวันหยุดในตอนท้ายของฤดูกาล 1987-88 โดยอดีตจอมทัพทีมชาติอังกฤษ ระบุว่า “ไปสนุกกับตัวคุณเองนะครับคุณเฟอร์กูสัน ผมจะเซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ตอนนี้ผมขอไปพักผ่อนวันหยุดเสียก่อน”

แต่หลังจากคำพูดนั้นเกิดขึ้น ข่าวใหญ่พาดหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ คือ แกสคอยน์ ไปเซ็นสัญญากับ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ โดยที่ “ไก่เดือยทอง” ยังซื้อบ้านให้กับพ่อ และแม่ของ “แก๊ซซ่า” ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองผู้ดีอีกด้วย

ดีลการย้ายสังกัดของ แกสคอยน์ ไปยัง สเปอร์ส ถือเป็นข่าวใหญ่ของวงการลูกหนังประเทศอังกฤษในเวลานั้นเลยทีเดียว

Michael Essien, Ghana

6. ไมเคิ่ล เอสเซียง (เบิร์นลีย์ ปี 1999)

น่าเสียดายแทน เบิร์นลีย์ ที่พวกเขาพลาดโอกาสในการคว้าตัวกองกลางที่ดีที่สุดในยุโรปอย่าง เอสเซียง ไปร่วมทีม โดยดาวเตะทีมชาติกาน่า มีโอกาสมาทดสอบฝีเท้าในถิ่น เทิร์ฟ มัวร์ หลังทำผลงานได้น่าประทับใจในการแข่งขันศึกฟุตบอลโลกรุ่นอายุต่ำกว่า 17 ปี

อย่างไรก็ตาม เบิร์นลีย์ ตัดสินใจที่จะไม่เซ็นสัญญากับ เอสเซียง โดยให้เหตุผลว่า ค่าเหนื่อยจำนวน 60 สัปดาห์ต่อสัปดาห์ ในระหว่างที่ทดสอบฝีเท้านั้นแพงเกินไป

อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุด เอสเซียง มีโอกาสกลับมาเล่นในอังกฤษอีกครั้งกับ เชลซี และเขากลายเป็นกำลังสำคัญในแดนกลางของ “สิงโตน้ำเงินคราม” ในการพาทีมคว้าแชมป์รายการต่างๆ ภายใต้การคุมทีมของ โจเซ่ มูรินโญ่ โค้ชชาวโปรตุเกส

7. เอริค คันโตน่า (เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ปี 1992)

เทรเวอร์ ฟรานซิส ผู้จัดการทีม เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ นำตัว คันโตน่า มาจาก นีมส์ ในฝรั่งเศส เพื่อเตรียมเซ็นสัญญาเป็นนักเตะของ “นกเค้าแมว” หลังจากประทับใจฟอร์มของ ดาวยิงเฟรนช์แมน ในการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรในร่ม

 ฟรานซิส ต้องการให้ คันโตน่า รอไปก่อนอีก 1 สัปดาห์ เพื่อจะรอดูฟอร์มการเล่นบนสนามหญ้า แต่ดาวยิงอารมณ์ศิลปินแบบ “ก็องโต้” ตอบปฏิเสธ และย้ายไปที่ ลีดส์ แทน

หลังจากเล่นกับ ลีดส์ ได้เพียงฤดูกาลเดียว คันโตน่า ย้ายมาเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จนกลายเป็นตำนานแห่งถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด จนถึงตอนนี้

ภาพประกอบ : information.dk, transfermarkt.com, mopays.com, thetimes.co.uk, fourfourtwo.com

Che Navapun

บทความที่เกี่ยวข้อง