6 แข้งฟอร์มสุดเซอร์ไพรส์แห่งศึกพรีเมียร์ ลีก ซีซั่น 2018-2019 - TheMacho
 
6 แข้งฟอร์มสุดเซอร์ไพรส์แห่งศึกพรีเมียร์ ลีก ซีซั่น 2018-2019

สำหรับการแข่งขันศึกฟุตบอลลีกสูงสุดเมืองผู้ดี หรือพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เดินทางมาถึงช่วงจบฤดูกาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นักเตะจากทีมต่างๆบ้างก็โชว์ฟอร์มได้ดี บางรายก็โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวัง ซึ่งแฟนบอลคงได้ตัดสินกันไปแล้วตลอดการฟาดแข้งที่ยาวนานกว่า 10 เดือน

 แต่เชื่อเหลือเกินว่า บรรดาผู้เล่นที่ฟอร์มเด็ดเหนือความคาดหมายประจำปี 2018-2019 นั้น คงหนีไม่พ้นรายชื่อเหล่านี้อย่างแน่นอน แม้ว่าพวกเขาบางคนจะมีค่าตัวที่ไม่แพงทหาศาล หรือพึ่งจะแจ้งเกิดกับทีมชุดใหญ่เป็นฤดูกาลแรกก็ตาม

1.ฟาเบียน แชร์ (นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด)

สิ่งที่น่าชื่นชมอย่างแรกสำหรับ นิวคาสเซิ่ล คือ พวกเขามีความยอดเยี่ยมในการเจรจาต่อรองราคานักเตะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจ่ายเงิน 3 ล้านปอนด์ คว้าตัว แชร์ มาจาก เดปอร์ติโว ลา คอรุนญ่า เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

กองหลังทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ กลายเป็นกำลังสำคัญในแนวรับของ นิวคาสเซิ่ล ทันที เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่งไม่ว่าจะเป็นการเข้าปะทะ, อ่านเกม หรือการเล่นลูกกลางอากาศ และการเล่นภายใต้การคุมทีมของ ราฟาเอล เบริเตซ กุนซือจอมแท็คติคชาวสเปนนั้น ส่งผลให้ แชร์ ยิ่งโดดเด่นขึ้นไปอีก

ฟอร์มการเล่นในฤดูกาลนี้ของ ปราการหลังวัย 27 ปี ทำให้เขาได้รับการยกย่องว่า สามารถไปเล่นในทีมท็อป 6 อย่าง แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, สเปอร์ส, เชลซี, อาร์เซน่อล และ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้สบาย

Manchester City’s Raheem Sterling celebrates scoring his sides third goal of the game

2.ราฮีม สเตอร์ลิ่ง (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

แน่นอนเรารู้ว่า สเตอร์ลิ่ง นั้นยอดเยี่ยม แฟนบอล แมนฯซิตี้ คาดหวังให้เขามีบทบาทสำคัญในความสำเร็จของ “เรือใบสีฟ้า” และการได้รับคำแนะนำจาก เป๊ป กวาร์ดิโอลา เทรนเนอร์ชาวสเปน นั้น ทำให้เขาโดดเด่นกว่าซีซั่นที่แล้ว

ในปีนี้ ปีกทีมชาติอังกฤษ ซัดให้ แมนฯซิตี้ ไปถึง 17 ประตู จากการลงสนามในลีก 34 นัด ซึ่งจากผลงานที่สุดยอด ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักเตะอาชีพของอังกฤษ หรือ PFA อีกด้วย

แต่สิ่งที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ คือ วิธีที่ สเตอร์ลิง พูดออกมาหลังจากการโดนเหยียดสีผิว จนทำให้เขาได้รับการยกย่องว่า เป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับคนรุ่นใหม่

3.อารอน วาน-บิสซาก้า (คริสตัล พาเลซ)

       เป็นที่เข้าใจได้ว่า ทำไมแฟนบอล พาเลซ รู้สึกผิดหวังที่ วาน-บิสซาก้า ไม่มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษชุดล่าสุดภายใต้การนำทัพของกุนซือ แกเร็ธ เซาธ์เกต์ แต่เราต้องทำใจว่า “สิงโตคำราม” มีตัวเลือกมากมายในตำแหน่งแบ็คขาว อาทิ ไคลน์ วอล์คเกอร์, คีแรน ทริปเปียร์ และเทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

        อย่างไรก็ตาม วาน-บิสซาก้า ได้รับรางวัลปลอบใจด้วยการมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี ไปเล่นในศึกยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ หรือฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปอายุต่ำกว่า 21 ที่ประเทศอิตาลี และนับเป็นการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งแรกที่เจ้าตัวมีโอกาสได้มีส่วนร่วม  

กองหลังวัย 21 ปี มาไกลมากในฤดูกาลนี้ ดูได้จากโอกาสที่เขาได้ลงสนามให้กับ พาเลซ ไปมากถึง 35 เกมในพรีเมียร์ลีก และกลายเป็นกำลังสำคัญของ “ดิ อีเกิลส์” เรียบร้อยแล้ว

4.ไรอัน เฟรเซอร์ (บอร์นมัธ)

      เฟรเซอร์ เปรียบเสมือนผู้ควบคุมจังหวะเกมรุกของ บอร์นมัธ อย่างแท้จริง ปีกชาวสก็อตแลนด์, คัลลั่ม วิลสัน และเดวิด บรูคส์ มีส่วนช่วยให้ “เดอะ เชอร์รีส์” ยิงรวมในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ไปถึง 50 ประตู

      ดาวเตะวัย 25 ปี มีฝีเท้าที่จัดจ้าน, เทคนิคยอดเยี่ยม และมีความคิดสร้างสรรค์เป็นเลิศ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ที่กำลังมองหาผู้เล่นในแนวรุกมาเสริมทัพ แต่ฝั่ง บอร์นมัธ ยืนยันว่า เขาไม่ได้มีไว้ขาย

      ในฤดูกาลนี้ มีผู้เล่นเพียง 2 คนเท่านั้น ที่สร้างสรรค์โอกาสได้มากกว่า เฟรเซอร์ คือ เจมส์ เมดดิสัน กองกลาง เลสเตอร์ ซิตี้ และเอเด็น อาซาร์ จอมทัพ เชลซี นั่นพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เขายอดเยี่ยมแค่ไหน

5.เอเตียน กาปู (วัดฟอร์ด)

เงินจำนวน 6 ล้านปอนด์ ที่ วัตฟอร์ด จ่ายให้กับ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ เมื่อปี 2013 เพื่อเป็นค่าตัวของ กาปู นั้น จนถึงเวลานี้พิสูจน์แล้วว่า มันคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ ในซีซั่นนี้ ห้องเครื่องชาวฝรั่งเศส เป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางของ “แตนอาละวาด” อย่างแท้จริง หลังจากที่เขาลงเล่นในเกมลีกไปถึง 33 เกม

กาปู ยืนปักหลักอยู่หน้าแนวรับของ วัตฟอร์ด ได้อย่างแข็งแกร่ง และบรรดาแนวรุกคู่แข่งไม่มีใครจะผ่านเขาไปได้ง่ายๆ โดยกองกลางวัย 30 ปี มีความนิ่ง, ความสุขุม, ความเยือกเย็น รวมถึงการอ่านเกมที่แม่นยำ ทำให้เขาถูกยกย่องว่าเป็นมิดฟิลด์ตัวรับอันดับต้นๆของลีกสูงสุดเมืองผู้ดี

6.ซาดิโอ มาเน่ (ลิเวอร์พูล)

เชื่อว่าแฟนบอล ลิเวอรพูล คงไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า มาเน่ จะกลายเป็นดาวซัลโวของลีกร่วมกับ โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ ปีกทีมชาติอิยิปต์ และปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้า ของ อาร์เซน่อล ด้วยการซัดไปถึง 22 ประตู เท่ากันทั้ง 3 คน

ดาวเตะทีมชาติเซเนกัล กลายมาเป็นกำลังสำคัญในแนวรุกของ ลิเวอร์พูล ในซีซั่นนี้ได้อย่างเซอร์ไพรส์ เขามักทำประตูสำคัญให้กับ “หงส์แดง” ได้อยู่เป็นประจำ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งฟอร์มการเล่นเมื่อช่วงต้นปี 2019 ซึ่ง มาเน่ ซัดติดต่อกัน 9 ประตู จากการลงสนาม 9 นัด ในลีก

        ความเร็ว, ความแข็งแกร่ง, เทคนิคที่ยอดเยี่ยม, การหาช่องเพื่อทำประตู รวมถึงการจบสกอร์ที่คมกริบ ทำให้ มาเน่ จะยังมีลุ้นคว้ารางวัลดาวซัลโวของลีกสูงสุดเมืองผู้ดีในปีหน้าอีกแน่นอน

Picture – zimbio.com, planetfootball.com, skysports.com, telegraph.co.uk, independent.ie

Che Navapun

บทความที่เกี่ยวข้อง