4 เหตุผลที่ แผงมิดฟิลด์ ลิเวอร์พูล จะทำให้ทีมชวดแชมป์ - TheMacho
 113
4 เหตุผลที่ แผงมิดฟิลด์ ลิเวอร์พูล จะทำให้ทีมชวดแชมป์

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ลิเวอร์พูล ชุดปัจจุบัน มีโครงสร้างนักเตะที่ดีที่สุดกว่าหลายปีที่ผ่านมาภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน จนสามารถก้าวขึ้นมาเบียดลุ้นแชมป์กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในซีซั่นนี้ ได้อย่างน่าชื่นชม

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันเพื่อคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก นั้น ยังคงดุเดือดมาก ทั้ง ลิเวอร์พูล และแมนฯ ซิตี้ ต่างก็มีโอกาสทำแต้มทะลุไปถึง 90 คะแนน หรือมากกว่านั้น

เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา คล็อปป์ และทีมงานสรรหานักเตะของ ลิเวอร์พูล พยายามที่จะอุดช่องว่างในตำแหน่งที่เป็นจุดอ่อน เพื่อให้มั่นใจว่า “หงส์แดง” จะมีเสถียรภาพพอที่จะยืนระยะลุ้นแชมป์ไปจนจบฤดูกาล 

แต่ยังคงดูเหมือนว่า ในปีนี้จะเป็นที่ถกเถียงกันว่า แผงมิดฟิลด์ ของ ลิเวอร์พูล อย่าง ฟาบินโญ, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์, นาบี เกอิต้า และจินี ไวจ์ลนาดุม นั้น มีดีพอจะพาทีมประสบความสำเร็จหรือไม่

และนี่คือ 4 เหตุผลที่ระบุได้ว่า บรรดากองกลาง “หงส์แดง” อาจทำทีมชวดแชมป์ในท้ายที่สุด

1. ตัวเลือกเยอะ แต่คุณภาพยังไม่ดีพอ

ฟาบินโญ, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์, นาบี เกอิต้า และจินี ไวลจ์นาดุม ทำให้ คล็อปป์ มีทางเลือกในการเปลี่ยนระบบมากขึ้น และตอนนี้ ลิเวอร์พูล สามารถเล่นได้ทั้งในระบบ 4-3-3 และ 4-2-3-1 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ ฟาบินโญ และไวจ์ลนาดุมยืนคู่กันในแดนกลาง

ในระบบ 4-2-3-1 มักจะมีผู้เล่นคนหนึ่งโดดเด่นขึ้นมา นั่นคือ แชร์ดาน ชากิรี  ในตำแหน่งปีกขวา แต่เมื่อเล่นในระบบ 4-3-3 นั้น ดาวเตะทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ มักจะถูกดร็อปไว้ข้างสนาม ซึ่งทำให้ “หงส์แดง”ไม่สามารถเจาะทีมที่เล่นตั้งรับลึกได้ เห็นได้ชัดจากเกมที่พวกเขาเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, บาเยิร์น มิวนิค และเอฟเวอร์ตัน 0-0 ทั้ง 3 นัด

ยกตัวอย่าง ในเกมกับ บาเยิร์น นั้น ฟาบินโญ จำเป็นต้องถอยไปยืนเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ โจเอล มาติป กองหลังชาวแคเมอรูน ในขณะที่ เฮนเดอร์สัน เล่นเป็นกองกลางตัวรับ โดยที่ เกอิต้า และ ไวจ์ลนาดุมสลับกันขึ้นไปทำเกมรุก

 “หงส์แดง” สร้างโอกาสทำประตู บาเยิร์น ได้เพียง 10 ครั้ง และมีเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ที่โอกาสมาจากแผงมิดฟิลด์ แม้พวกเขามีแนวรุกที่โดดเด่นอย่าง โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์, ซาดิโอ มาเน่ และโรแบร์โต ฟิร์ม๊โน่ แต่เห็นได้ชัดว่า กองกลาง ไม่สามารถบุกทะลุทะลวงได้ ซึ่งแนวรับ “เสือใต้” คาดเดาทางบอลได้ทั้งหมด

2. ไม่มีอะไรใหม่ และยังคงเล่นแบบเดิม

นี่ไม่ใช่ปรากฏการณ์ใหม่ ฤดูกาลนี้ ฟาบินโญ, เฮนเดอร์สัน, เกอิต้า และ ไวจ์ลนาดุม สร้างโอกาสทำประตูรวมกันได้ 43 ครั้ง ในพรีเมียร์ลีกจนถึงตอนนี้ ในฤดูกาลที่แล้ว เฟลิเป้ คูตินโญ จอมทัพทีมชาติบราซิล คนเดียวสร้างโอกาสได้ 40 ครั้ง จากเกมลีกเพียงแค่ 14 นัด ก่อนที่ บาร์เซโลน่า จะทุ่มเงิน 142 ล้านปอนด์ คว้าตัวเขาไปร่วมทีมเมื่อมกราคมปีที่แล้ว

เห็นได้ชัดว่า คล็อปป์ ตระหนักถึงเรื่องนี้ การย้ายทีมของ คูตินโญ นั้น สร้างช่องโหว่ไว้เยอะพอสมควร ตลอดซัมเมอร์ที่ผ่านมา กุนซือ “หงส์แดง” พยายามจะคว้าตัว นาบิล เฟกีร์ มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส ของ โอลิมปิก ลียง ไปเสริมทัพ แต่ก็ไม่สำเร็จ

ภายหลังพลาดตัว เฟกีร์ ลิเวอร์พูล ได้ ชากีรี จาก สโต๊ด ซิตี้ ไปร่วมทีมแทน อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า คล็อปป์ จะยึดมั่นในระบบ 4-3-3 และไม่ค่อยเชื่อใจให้ ดาวเตะทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ รับบทบาทเพลย์เมคเกอร์ของทีม

        ผู้สร้างความหลากหลายในตำแหน่งกองกลาง ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ ลิเวอร์พูล กำลังมองหา และเชื่อว่า คล็อปป์ จะเดินเครื่องอย่างหนักในช่วงซัมเมอร์นี้เพื่อคว้าผู้เล่นใหม่ไปเสริมทัพ

3.ความดื้อของ คล็อปป์ ในการแก้ปัญหาแดนกลาง

ในบรรดาผู้ที่ได้เล่นอย่างน้อยที่ได้ลงสนาม 1,000 นาที ในพรีเมียร์ลีก สำหรับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ มีเพียง มิลเนอร์  และซาลาห์ เท่านั้นที่มีการผ่านบอลสร้างโอกาสทำประตูได้ดีกว่าคนอื่นๆ ขณะที่ ชากีรี่ สร้างโอกาสได้มากมายกับ สโต๊ด ซิตี้ เมื่อซีซั่นก่อน แต่กลับไม่ได้รับโอกาสลงสนาม

ขณะเดียวกัน เกอิต้า ที่สร้างโอกาสไป 39 ครั้ง ในซีซั่นที่แล้วกับ ไลป์ซิก นั้น ไม่สามารถทำผลงานกับ ลิเวอร์พูล ได้เหมือนตอนอยู่กับทีมเก่า ส่วน อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน กองกลางทีมชาติอังกฤษ ผู้ซึ่งสร้างโอกาสให้ “หงส์แดง” 34 ครั้ง เมื่อปีก่อน ก็ได้รับบาดเจ็บยาว 

ในความเป็นจริง อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ทำผลงานได้ใกล้เคียงกับ คูคินโญ มากที่สุด โดยเฉลี่ยหนึ่งคีย์พาสในทุก ๆ 44 นาที ขณะที่ มิลเนอร์ มีค่าเฉลี่ยหนึ่งคีย์พาสในทุก ๆ 41 นาที แต่ส่วนใหญ่มาจากการที่เขาเล่นในตำแหน่ง ฟูลแบ็ก

4. กองกลาง “หงส์แดง” สร้างภาระหนักให้แนวรุก

ชากิรี่, เกอิต้า และอ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ทำให้ คล็อปป์ สามารถเรียกใช้งานผู้เล่น 3 คนที่มีความมั่นใจในการครอบครองบอล และความคิดสร้างสรรค์พร้อมที่จะสนับสนุนเกมรุกในพื้นที่สุดท้ายได้ อย่างไรก็ตาม นายใหญ่ “หงส์แดง” มักต้องการความชัวร์ในแดนกลางอยู่เสมอ

แน่นอน ภาะหนักจะตกมาอยู่ที่ ซาล่าห์ ซึ่งจะพบกับความยากลำบากในการถูกประกบติดจากกองหลังคู่แข่ง อ้างอิงได้จากคำพูดของ คล็อปป์ กลังจบเกมกับ แมนฯยูไนเต็ด ที่ระบุว่า “คู่แข่งรู้วิธีจะรับมือกับเรา และรู้ว่าต้องเคลื่อนไหวอย่างไรเพื่อปิดช่องทางเกมรุกของเรา”

ท้ายที่สุดความละเอียดของ คล็อปป์ ดูเหมือนจะมอบความยุ่งยากให้กับ ซาล่าห์ ความคิดสร้างสรรค์ที่มากขึ้นจากแดนกลาง จะช่วยให้งานของดาวเตะทีมชาติอิยิปต์ ง่ายขึ้นอย่างแน่นอน และสามารถพิสูจน์ได้ว่า นั่นเป็นกุญแจสำคัญในช่วงเดือนสุดท้ายของฤดูกาลในการทำให้ “หงส์แดง” มีลุ้นแชมป์ T

Picture – football365.com, theanfieldwrap.com, fourfourtwo.com, anfieldedition.uk, madailygist.com.ng

Che Navapun

บทความที่เกี่ยวข้อง