รู้จัก 28 นักเตะ ผู้พังประตูในพรีเมียร์ลีกเกินร้อย - TheMacho
 120
รู้จัก 28 นักเตะ ผู้พังประตูในพรีเมียร์ลีกเกินร้อย

ฟุตบอลกับการยิงประตูมันเป็นของคู่กันมาแต่ไหนแต่ไร เพราะแม้ฟุตบอลยุคใหม่จะเต็มไปด้วยแทคติกมากมายที่รัดกุม แต่ท้ายที่สุด การจบสกอร์ที่เฉียบขาดกว่า มักจะตัดสินผลแพ้ชนะ อยู่เสมอ

กับลีกสูงสุดของอังกฤษ ที่มีการเปลี่ยนระบบ และเปลี่ยนชื่อมาเป็น “พรีเมียร์ลีก” ตั้งแต่ซีซั่น 1992/93 (นับถึงตอนนี้ก็ 27 ปี) การพังประตู ก็ถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ลีกได้รับความนิยม และสร้างความเอนเตอร์เทนให้ผู้ชมอยู่ตลอด

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมที่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกเกือบ 2000 ประตู

โดยถ้านับเป็นสโมสรแล้ว “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมที่ยิงได้มากที่สุด โดยยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้รวมถึง 1,993 ประตู หรืออีกแค่ 7 ลูก ก็จะครบ 2,000 เรียกว่ายังไงก็ครบในซีซั่นนี้แน่ๆ

แต่ถ้าลองไปดูกันที่ตัวนักเตะเป็นรายบุคคลแล้ว นักเตะที่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้สูงสุดตลอดกาล กลับไม่ใช่นักเตะของ “ปีศาจแดง” แต่อย่างใด

เดาไม่ยาก ว่านักเตะที่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้เยอะที่สุด ก็คือ “ฮ็อตช็อต” อลัน เชียร์เรอร์

ถ้าลองให้เดาดู ว่านักเตะเจ้าของสถิติที่ว่านั้นเป็นใคร มันคงจะเดาได้ไม่ยากเย็นนัก ว่าเป็น “อลัน เชียร์เรอร์” เจ้าของฉายา “ฮ็อตช็อต” ที่ยิงถล่มทลายถึง 260 ประตู

แต่อันดับอื่นรองลงไปล่ะ? คุณจำได้รึป่าว ว่ามีใครมั่ง ที่เข้าสู่ “Premier League 100 Club” หรือ “สมาชิกยิงครบร้อยของพรีเมียร์ลีก”

อันดับ 1 : อลัน เชียร์เรอร์ (260 ประตู จาก 441 นัด / อัตรา 0.59)

“ฮ็อตช็อต” อลัน เชียร์เรอร์ คือตำนานผู้ถือครองสถิติมากมาย เขาเป็นทั้งผู้ยิงประตูสูงสุดตลอดกาล, เป็นคนแรกที่ยิงได้ถึงหลัก 200 ลูก และยังเป็นคนที่ยิง 100 ประตู ได้รวดเร็วที่สุดเพียง 124 นัด ยังไม่มีใครสามารถลบสถิตินี้ของเขาได้

อันดับ 2 : เวย์น รูนี่ย์ (208 ประตู จาก 494 นัด / อัตรา 0.42)

เวย์น รูนี่ย์ หรือ “รูน” ดาวเตะตำนานของเอฟเวอร์ตัน และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเพียงคนที่ 2 ต่อจากเชียร์เรอร์ ที่ยิงในพรีเมียร์ลีก ได้ถึงหลัก 200 ลูก แม้ในช่วงปีหลัง จะถอยต่ำลงมารับบทบาทในแดนกลางมากขึ้นก็ตาม

อันดับ 3 : แอนดี้ โคล (187 ประตู จาก 414 นัด / อัตรา 0.45)

“คิง โคล” หรือ แอนดี้ โคล ถือเป็นศูนย์หน้าที่โลดแล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก กับหลากหลายทีม แต่ผลงานการพังประตูสูงสุด ย่อมอยู่ในสมัยที่เขาค้าแข้งกับ “ปีศาจแดง” ด้วยจำนวนประตูทั้งสิ้น 93 ประตู หากนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก

อันดับ 4 : แฟรงก์ แลมพาร์ด (177 ประตู จาก 609 นัด / อัตรา 0.29)

แม้อัตราการพังประตูของผู้จัดการทีมเชลซี คนปัจจุบัน อาจจะดูไม่หวือหวาเท่าคนอื่น แต่ต้องไม่ลืมว่าเขาคือนักเตะในตำแหน่งมิดฟิลด์ โดยกับ “สิงโตน้ำเงินคราม” กองกลางทีมชาติอังกฤษรายนี้ ยิงไปได้ถึง 147 ประตู ช่วงฮ็อตๆ หยุดลูกยิงแกยากจริงๆ

อันดับ 5 : เธียร์รี่ อองรี (175 ประตู จาก 258 นัด / อัตรา 0.68)

ดูจากจำนวนประตู และอัตราการถล่มประตูแล้ว อองรีน่าจะไต่อันดับขึ้นไปสูงกว่านี้ได้เพิ่มเติม เพียงแต่เขาอำลา “ปืนใหญ่” ไปเสียก่อน เมื่อครั้งย้ายไปบาร์เซโลน่า อย่างไรก็ดี เขายังถือครองสถิติ นักเตะต่างชาติที่ยิงได้มากที่สุดของพรีเมียร์ลีก

อันดับ 6 : แซร์โจ้ อเกวโร่ (165 ประตู จาก 240 นัด / อัตรา 0.69)
*ยังเล่นในพรีเมียร์ลีกอยู่

ศูนย์หน้าชาวอาร์เจนไตน์ ถือเป็นเครื่องจักรถล่มประตูที่แท้จริงของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยอัตราการยิงประตูที่สูสีกับอองรี น่าจะทำให้เขาแซงขึ้นไปได้ภายในซีซั่นนี้ สถิติในพรีเมียร์ลีกของ “กุน” น่าประทับใจมาก ยิงได้เกิน 20 ประตู ถึง 6 จาก 8 ซีซั่น ที่เขาลงเล่น

อันดับ 7 : ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (163 ประตู จาก 379 นัด / อัตรา 0.43)

“ก็อด” ของชาว “หงส์แดง” ถือเป็นศูนย์หน้า ที่ยิงประตูได้สูงที่สุดจากบรรดาดาวยิงที่ถนัดเท้าซ้าย ฟาวเลอร์มีความเป็นเพชฌฆาตโดยธรรมชาติ ทำประตูในพรีเมียร์ลีก ให้กับลิเวอร์พูลได้รวมถึง 128 ประตู ใน 2 ช่วงที่เขาค้าแข้งกับทีม

อันดับ 8 : เจอร์เมน เดโฟ (162 ประตู จาก 496 นัด / อัตรา 0.33)

ศูนย์หน้าตัวเก๋า ซึ่งพึ่งกดแฮททริคให้กับเรนเจอร์ส ต้นสังกัดปัจจุบันไปหมาดๆ ทั้งที่อายุ 36 ปีแล้ว สมัยค้าแข้งอยู่ในพรีเมียร์ลีก ช่วงที่เขาฮ็อตที่สุด หนีไม่พ้นช่วงที่อยู่กับ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เรื่องยิงคม ไม่มีใครสงสัย

อันดับ 9 : ไมเคิล โอเว่น (150 ประตู จาก 326 นัด / อัตรา 0.46)

“เบบี้โกล์” โด่งดังอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปี และยิงให้กับ “หงส์แดง” ได้ถึง 118 ลูก ก่อนจะย้ายไปอยู่กับเรอัล มาดริด แม้หลังจากนั้นฟอร์มการทำประตูของเขาจะไม่เปรี้ยงปร้างนัก แต่ก็ติดท็อป 10 สบาย

อันดับ 10 : เลส เฟอร์ดินานด์ (149 ประตู จาก 351 นัด / อัตรา 0.42)

กองหน้าร่างใหญ่ แต่มีการจบสกอร์ที่เฉียบคม ค้าแข้งกับหลากหลายสโมสรในพรีเมียร์ลีก รวม 6 สโมสร ช่วงที่พีคที่สุด หนีไม่พ้นช่วงแจ้งเกิดกับ “ทหารเสือราชินี” ควีนสปาร์ค เรนเจอร์ส ก่อนย้ายมาอยู่กับนิวคาสเซิล

อันดับ 11 : เท็ดดี้ เชอร์ริงแฮม (146 ประตู จาก 418 นัด / อัตรา 0.35)

กองหน้าเทคนิคสูง ความเข้าใจเกมยอดเยี่ยม สร้างชื่อกับ “ไก่เดือยทอง” โดยยิงได้ถึง 75 ประตู จนได้ย้ายไปยิงกับ “ปีศาจแดง” อีก 31 ลูก ในช่วงเวลาราว 4 ปี ก่อนจะกลับสู่ถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลน และกดไปได้อีก 22 ประตู ใน 2 ซีซั่น แม้ตอนนั้นจะอายุ 35 ปี แล้วก็ตาม

อันดับ 12 : โรบิน ฟาน เพอร์ซี (144 ประตู จาก 280 นัด / อัตรา 0.51)

ดาวยิงอีซ้าย ที่ถูกยกย่องว่าเหมาะสมกับฉายา “ฟลายอิ้ง ดัทช์แมน” ที่สุด ซัดประตูให้กับอาร์เซน่อล และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อย่างถล่มทลาย ตลอดระยะเวลาราว 10-11 ปี ที่โลดแล่นอยู่ในอังกฤษ

อันดับ 13 (ร่วม) : แฮร์รี่ เคน (127 ประตู จาก 182 นัด / อัตรา 0.70)
*ยังเล่นในพรีเมียร์ลีกอยู่

ศูนย์หน้าเบอร์ 1 ของทีมชาติอังกฤษ ยุคปัจจุบัน ถือเป็นดาวยิงที่มีสถิติถล่มประตูโหดร้ายมาก มีอัตราการยิงประตู สูงที่สุดในบรรดานักเตะที่ยิงถึง 100 ประตู ในพรีเมียร์ลีก ด้วยวัยเพียงแค่ 26 ปี เชื่อว่าเขาจะทำสถิติแซงหลายราย หากไม่ย้ายออกไปนอกประเทศซะก่อน

อันดับ 13 (ร่วม) : จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์ (127 ประตู จาก 288 นัด / อัตรา 0.44)

ดาวยิงตีนระเบิดชาวดัทช์ ถล่มประตูหลักๆ กับลีดส์ ยูไนเต็ด และเนื้อๆ เน้นๆ กับเชลซี ซึ่งเขายิงได้ถึง 70 ประตู จากการลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเพียง 136 นัด น่าเสียดายที่มาฮ็อตตอนอายุเยอะนิดนึง สถิติเลยหยุดอยู่แค่นี้

อันดับ 15 : ร็อบบี้ คีน (126 ประตู จาก 349 นัด / อัตรา 0.36)

ศูนย์หน้าจอมขยันชาวไอริช เป็นที่จดจำ กับฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมกับ “ไก่เดือยทอง” ที่ใน 2 ช่วงที่เขาค้าแข้งอยู่กับยอดทีมจากลอนดอน เขาทำประตูในพรีเมียร์ลีก ได้ถึง 91 ประตู แม้การย้ายไปร่วมทีมลิเวอร์พูล จะไม่ประสบความสำเร็จก็ตาม

อันดับ 16 : นิโกล่าส์ อเนลก้า (125 ประตู จาก 364 นัด / อัตรา 0.34)

ศูนย์หน้าพรสวรรค์จอมอินดี้ เป็นเพชรเม็ดงามที่ “อาร์แซน เวนเกอร์” ค้นพบ ก่อนจะย้ายออกจากอังกฤษ อย่างรวดเร็วในวัยเพียง 20 ปี ก่อนจะกลับมาค้าแข้งในอังกฤษอีกครั้ง กับหลากหลายทีม ซึ่งแม้จะไม่มีซีซั่นไหนที่เจ้าตัวยิงได้ถึง 20 ลูก แต่การยิงได้สม่ำเสมอกับทุกทีม ทำให้ติดอยู่ในลิสต์ แบบไม่มีปัญหา

อันดับ 17 : ดไวค์ ยอร์ค (123 ประตู จาก 375 นัด / อัตรา 0.33)

ศูนย์หน้ายิ้มเก่งชาวทรินิแดด แอนด์ โตเบโก้ ถือเป็นกองหน้าพรสวรรค์ ที่มีเทคนิค และความเฉียบคม ผสมกันอย่างลงตัว เขารับใช้แอสตัน วิลล่า มายาวนาน ตั้งแต่ยุคก่อนพรีเมียร์ลีก ก่อนจะมาท็อปฟอร์มกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะการจับคู่กับแอนดี้ โคล

อันดับ 18 : สตีเว่น เจอร์ราร์ด (120 ประตู จาก 504 นัด / อัตรา 0.24)

อีกหนึ่งมิดฟิลด์ ที่เข้ามาติดในลิสต์คนยิงได้เกิน 100 ประตู ลงเล่นให้ลิเวอร์พูล ในพรีเมียร์ลีก ถึง 17 ซีซั่น โดยมีซีซั่นที่ทำประตูได้สูงสุดในพรีเมียร์ลีก อยู่ที่ 16 ประตู ในปี 2008/09 ซึ่งเขาประสานงานกับเฟร์นานโด ตอร์เรส ได้อย่างลงตัว

อันดับ 19 (ร่วม) : เอียน ไรท์ (113 ประตู จาก 213 นัด / อัตรา 0.53)

ศูนย์หน้าตำนานของชาว “ปืนใหญ่” เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพช้ากว่าคนอื่น หลังระเบิดฟอร์มกับคริสตัล พาเลซ ก็ย้ายมาอยู่กับอาร์เซน่อล ด้วยวัย 28 ปี และพังประตูให้ทีมเป็นกอบเป็นกำนับจากนั้น น่าเสียดายนิดนึง ซีซั่นที่ไรท์ ยิงได้สูงสุดกับปืนใหญ่ คือ 1991/92 ซึ่งยังไม่เปลี่ยนระบบมาเป็นพรีเมียร์ลีก จึงทำให้สถิติในลิสต์นี้ พร่องไป 24 ประตู

อันดับ 19 (ร่วม) : โรเมลู ลูกากู (113 ประตู จาก 252 นัด / อัตรา 0.45)

แม้ซีซั่นที่แล้ว ลูกากูจะโดนแซวเยอะ ว่าขาดความเฉียบคมไป แต่ถ้าดูจากสถิติในการเล่นพรีเมียร์ลีกที่ผ่านมาแล้วนั้น “บิ๊กตู้” ถือเป็นศูนย์หน้าที่มีอัตราการทำประตูที่โหดรายนึง น่าเสียดายเหมือนกัน ที่ตอนนี้เขาย้ายไปอิตาลีซะแล้ว เพราะอายุยังแค่ 26 ปี น่าจะเพิ่มสถิติได้อีก หากยังอยู่ในแดนผู้ดีต่อ

อันดับ 21 : ดิออน ดับลิน (111 ประตู จาก 312 นัด / อัตรา 0.36)

แม้ศูนย์หน้าร่างโย่ง ที่ถอยมาเล่นเซ็นเตอร์แบ็คได้ด้วย จะมีลีลาไม่ค่อยน่าจดจำนัก แต่เขาถือเป็นศูนย์หน้าที่มีประสิทธิภาพคนนึงของพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะสมัยที่ค้าแข้งกับโคเวนทรี และแอสตัน วิลล่า ซึ่งสร้างความปั่นป่วนให้กองหลังฝั่งตรงข้ามมานักต่อนัก

อันดับ 22 : เอมิล เฮสกี (110 ประตู จาก 516 นัด / อัตรา 0.21)

“บรูโน่” เอมิล เฮสกี จัดเป็นกองหน้าที่ดังเร็วมากคนนึง และถูกจับตาอย่างมากในแวดวงฟุตบอลอังกฤษ ช่วงที่เขายิงประตูกับเลสเตอร์ได้เรื่อยๆ ก่อนจะย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูล เพื่อมาเป็นคู่หูกับโอเว่น น่าเสียดายที่หลังจากนั้น แกไปต่อได้ไม่สุดนัก แต่ก็ยังยิงเรื่อยๆ มาเรียงๆ เกิน 100 ได้เหมือนกัน

อันดับ 23 : ไรอัน กิกส์​ (109 ประตู จาก 632 นัด / อัตรา 0.17)

“ปีกพ่อมด” ไรอัน กิกส์ ถือเป็นนักเตะประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก ด้วยการเป็นนักเตะที่แอสซิสต์มากที่สุดตลอดกาล และลงเล่นมากที่สุดเป็นอันดับ 2 (โดนแกเร็ธ แบร์รี่ แซงไป) กับเรื่องยิงประตู​ “กิ๊กซี่” เอง ก็ทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมเสมอมา กับการค้าแข้งในโอลด์ แทรฟฟอร์ดยาวนาน 24 ปี

อันดับ 24 : ปีเตอร์ เคราช์​ (108 ประตู จาก 468 นัด / อัตรา 0.23)

กองหน้าหุ่นเสาโทรเลข มีชีวิตค้าแข้งที่มีสีสันมาก โดยเขายิงประตูกับทีมสโมสรในพรีเมียร์ลีก ที่เขาค้าแข้ง แตกต่างกันถึง 6 สโมสร ก่อนจะประกาศแขวนสตัดท์ไปเมื่อสิ้นสุดซีซั่นที่ผ่านมา ด้วยวัย 38 ปี หลังมาจอยเบิร์นลี่ย์ สั้นๆ 6 เดือน

อันดับ 25 : พอล สโคลส์ (107 ประตู จาก 499 นัด / อัตรา 0.21)

กองกลางหัวแดงเพลิง จัดเป็นมิดฟิลด์คนสำคัญของ “ปีศาจแดง” มาอย่างยาวนานในยุค 90 ต่อด้วยยุค 2000 ด้วยสไตล์การเล่นที่เข้าใจเกม และมีทีเด็ดคือการสอดขึ้นมาทำประตู ด้วยลูกยิงทั้งใกล้-ไกล ซึ่งติดอันดับประตูสวยๆ ของพรีเมียร์ลีก อยู่เป็นประจำ

อันดับ 26 : ดาร์เรน เบนท์ (106 ประตู จาก 276 นัด / อัตรา 0.38)

อีกหนึ่งกองหน้าพเนจร ซึ่งยิงประตูในพรีเมียร์ลีก กับสโมสรต่างๆ กัน ถึง 6 ทีม ถือเป็นกองหน้าที่หาจังหวะในกรอบเขตโทษเก่ง ปีที่พีคสุดของพี่แก ก็คือการซัด 24 ประตู ในพรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2009/10 กับซันเดอร์แลนด์

อันดับ 27 : ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา (104 ประตู จาก 254 นัด / อัตรา 0.41)

ศูนย์หน้าจากแอฟริกันคนแรก ที่ยิงประตูแตะหลัก 100 ประตู ในพรีเมียร์ลีก เป็นศูนย์หน้าที่แข็งแกร่ง และหาจังหวะจบสกอร์ได้เก่งมาก โดยทั้ง 104 ประตูที่เขาทำได้ในพรีเมียร์ลีก มาจากการยิงกับ “สิงโตน้ำเงินคราม” ล้วนๆ

อันดับ 28 : แมทธิว เลอ ทิสซิเอร์ (101 ประตู จาก 270 นัด / อัตรา 0.37)

นักเตะพรสรรค์ที่สุด และขี้เกียจที่สุดไปในตัว ที่หาได้ยากยิ่งในฟุตบอลยุคปัจจุบัน “พ่อมด” เลอ ทิสซิเอร์ เป็นนักเตะที่มีจังหวะคาดเดาได้ยากเสมอ น่าเสียดายที่เขามีอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยเกินไปหน่อย ทำให้สถิติของเขาในพรีเมียร์ลีก หยุดลงแค่ 101 ประตู โดยหากจะนับรวมเอายุคก่อนพรีเมียร์ลีกด้วย เลอ ทิสซิเอร์ ยิงให้กับ “นักบุญ” เซาธ์แธมป์ตัน ในลีกสูงสุดถึง 161 ลูก

Picture : Premier League, BBC, The National, Sir Alex Ferguson Way, Pinterest, Goal.com, Sky Sports, Red Bull, Daily Mail, Football Fancast, Diario AS, FOX Sports Asia, Naaju, Sportsbibelen, ESPN, Daily Record, DNA India, Football Whispers, Pundit Feed, Pundit Arena, Sick Chirpse, The Goalmouth Scramble, ITV, Mirror, JOE.co.uk, YouTube, The Independent

rocketseer

ทำงานเกม-ติดเกมบ้าง | บ้าบอล-เป็น The KOP | บ้าดูหนัง-มีเพจหนัง | บ้ากิน-มีพุงแล้วเนี่ย!

บทความที่เกี่ยวข้อง