เมื่อ “อัสซูรี่” พร้อมทวงศรัทธา มาดูแข้งทีมชาติอิตาลีอนาคตใหม่! - The Macho
 
เมื่อ “อัสซูรี่” พร้อมทวงศรัทธา มาดูแข้งทีมชาติอิตาลีอนาคตใหม่!

พูดถึงความเป็นยักษ์ใหญ่ในโลกลูกหนังแล้ว คงไม่มีใครปฏิเสธว่า “อัสซูรี่” ทีมชาติอิตาลี เจ้าของแชมป์โลก 4 สมัย ยังคงเป็นชื่อแนวหน้าที่คนนึกถึงเสมอ แต่ถ้าลองวัดกันที่ผลงานของพวกเขาในช่วงทัวร์นาเมนต์สำคัญหลังๆ แล้วนั้น ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน ว่าพวกเขาถดถอยลงมาก และมีการบ้านกองโต หากต้องการจะยกระดับตัวเองให้กลับมาเป็นทีมที่คู่ควรกับคำว่า “ยักษ์ใหญ่” อีกครั้ง

ฟุตบอลโลก 2006 คือแชมป์รายการเมเจอร์สุดท้ายที่ “อัสซูรี่” คว้ามาครองได้

ที่พูดแบบนั้น ก็เพราะว่าผลงานของอัสซูรี่นับตั้งแต่ความแชมป์โลกเมื่อปี 2006ภายใต้การคุมทีมของ “มาร์เซโล่ ลิปปี้”​ ฟุตบอลโลก 3 หนนับจากนั้น พวกเขาล้มเหลวสิ้นเชิง ตกรอบแบ่งกลุ่มในฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ และ 2014 ที่บราซิล ในขณะที่ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย พวกเขาไม่แม้แต่จะผ่านรอบคัดเลือกด้วยซ้ำ หลังจากพ่ายสวีเดนในรอบเพลย์ออฟ ส่วนศึกยูโรเอง แม้จะเป็นรองแชมป์ 2 สมัยในปี 2000 และ 2012 แต่การตกรอบ 8 ทีมในยูโร 2016 ก็ดูจะต่ำกว่าการคาดการณ์ว่าพวกเขาพร้อมจะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่

น้ำตาของจิอันลุยจิ บุฟฟ่อน ที่ต้องอำลาทีมชาติ เมื่อตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018

ด้วยผลงานที่ไม่เปรี้ยงปร้างของทัพอัสซูรี่ ทำให้ตำแหน่งกุนซือมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง โดยเฉพาะความล้มเหลวของ “จิอัน ปิเอโร่ เวนตูร่า”​ กุนซือมากประสบการณ์ที่พาทีมตกรอบคัดเลือกบอลโลก 2018 จนถึงตอนนี้ หน้าที่การกู้ชีพอิตาลีในปัจจุบัน ตกมาอยู่ในมือของ “โรแบร์โต้ มันชินี่” อดีตกุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และอินเตอร์ มิลาน ที่ต้องพยายามเรียกฟอร์มดีๆ ของทีมกลับมา โดยเฉพาะในการคัดเลือกไปยูโร 2020 ซึ่งตอนนี้อิตาลีสามารถประเดิมชนะรวด 2 นัดเปิดหัวกับฟินแลนด์ และลิกเตนสไตน์ ไปแล้ว

มันชินี่ ย้ายจากเซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก มารับเผือกร้อนมักกะโรนีเมื่อ พ.ค. 2018

แน่นอนว่านอกเหนือจากการทำงานของมันชินี่แล้ว ตัวนักเตะเองก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ ที่จะต้องเร่งสร้างผลงานขึ้นมา และลบคำสบประมาทว่าเป็นทีมคนแก่ที่เชื่องช้า และไร้ไอเดีย โดยตอนนี้อิตาลีไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเก๋าอย่างจอร์โจ้ คิเอลลินี่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ หรือฟาบิโอ กวายาเรลล่า ที่ยังรับใช้ชาติอยู่ในวัยเกิน 30 ปี แต่ยังมีเลือดใหม่ที่ติดทีมชาติไม่ถึง 10-15 นัดอยู่เต็มไปหมด

จากเหล่าดาวรุ่งดวงใหม่ของอัสซูรี่ ที่หวังจะถ่ายเลือดครั้งสำคัญ จะมีใครที่เตะตาน่าสนใจบ้าง เราจะพาไปดูกัน

จิอันลุยจิ ดอนนารุมม่า (เอซี มิลาน, 20 ปี)

ผู้รักษาประตูมือ 1 ของปีศาจแดง-ดำ ที่ถูกพูดถึงกันมาตั้งแต่อายุ 16 ปี นับตั้งแต่ประเดิมนัดแรกให้กับสโมสร แม้เวลาผ่านไป 4 ปี ฟอร์มการเล่นยังไม่ได้ถูกยกขึ้นมาถึงระดับแนวหน้าของโลกอย่างที่หลายคนคาดไว้ แต่กับตำแหน่งมือ 1 ในทีมชาติ เขายังคงทำหน้าที่ได้ดี และพร้อมจะพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อทาบรอยเท้าไอดอลของเขาอย่างจิอันลุยจิ บุฟฟ่อน ในสักวัน

คริสเตียโน่ บิราคี่ (ฟิออเรนติน่า, 26 ปี)

แบ็คซ้ายฟอร์มแรงอดีตผลผลิตของอินเตอร์ มิลาน ซึ่งแจ้งเกิดกับเปสคาร่า ก่อนย้ายมาร่วมทีม “ม่วงมหากาฬ” ฟิออเรนติน่าในซีซั่นนี้ จนต่อยอดความเก่งขึ้นมาได้อีกระดับ แม้บิราคี่จะยังติดทีมชาติไม่กี่นัด แต่ก็ประเดิมประตูแรกในสีเสื้ออัสซูรี่ไปแล้วในการเจอกับโปแลนด์ ในเนชั่นส์ ลีก ด้วยสไตล์การเล่นที่เด่นทั้งรุก-รับ พร้อมยึดตัวจริงทีมชาติยาวๆ

อเลสซิโอ้ โรมาโญ่ลี่ (เอซี มิลาน,​ 24 ปี)

แม้โอกาสการลงเป็นตัวจริงสม่ำเสมอในนามทีมชาติของกัปตันทีมจากเอซี มิลาน รายนี้ จะยังคงต้องรอต่อไป เพราะคิเอลลินี่และโบนุชชี่ ยังคงรับใช้ชาติอยู่ แต่ในอนาคตอันใกล้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโรมาโญลี่ คือความหวังของแฟนบอลอิตาลี ด้วยทางบอล ความแน่นอน และความเป็นผู้นำที่โดดเด่น ซึ่งทำให้เขามีลุ้นถึงตำแหน่งกัปตันทีมชาติยุคใหม่อีกด้วย

นิโคโล่ บาเรลล่า (กายารี่, 22 ปี)

กองกลางอนาคตไกลที่ติดทีมชาติอิตาลีมาแล้วทุกระดับ ได้รับการยกย่องอย่างมากจากสื่ออิตาลี และอดีตนักเตะอัสซูรี่หลายราย อย่างเช่น อันเดรีย ปิร์โล่ ที่เปรียบเทียบเขากับสตีเว่น เจอร์ราร์ด จากสไตล์การเล่นด้วยพละกำลัง และเทคนิคขั้นสูง บาเรลล่าสามารถเล่นได้ทั้งตัวรุก และตัวรับในแผงมิดฟิลด์ พร้อมยังมีดีในเรื่องลูกเซ็ตพีซ รวมถึงความเป็นผู้นำ ซึ่งเจ้าตัวเป็นถึงรองกัปตันกายารี่ในปัจจุบัน

ไบรยัน คริสตันเต้ (โรม่า,​ 24 ปี)

แรกเริ่มเดิมทีคริสตันเต้มีหน้าที่หลักคือเกมรับในสมัยที่เขาแจ้งเกิดกับแอตตาลันต้า หลังจากล้มเหลวจากการย้ายไปค้าแข้งต่างแดนกับเบนฟิก้าตั้งแต่ยังเด็ก แต่ตอนนี้กับ​ “หมาป่า”​ โรม่า เขาโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยม ในตำแหน่งที่มีโอกาสดันเกมรุกขึ้นมามากกว่าเคย อีกจุดเด่นสำคัญของเขาคือความยืดหยุ่นหลากหลาย เล่นได้ทุกตำแหน่งในแดนกลาง ซึ่งเขาจะเป็นตัวเสริมที่ดีในระบบ 4-3-3 ที่มันชินี่ชื่นชอบ

นิโคโล่ ซานิโอโล่ (โรม่า, 19 ปี)

ดาวโรจน์ฟอร์มแรงในซีซั่นนี้ที่โรม่าไปฉกตัวมาจากอินเตอร์ มิลานได้สำเร็จ ในดีลที่ทีมหมาป่าต้องเสียรัดย่า เนียงโกลัน ไปให้ทีมงูใหญ่เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซานิโอโล่เล่นในตำแหน่งกลางตัวรุกหรือหน้าต่ำ ที่พร้อมสอดเข้าเขตโทษเพื่อทำประตูตลอดเวลา จึงไม่แปลกที่ซีซั่นนี้เขาทำไปแล้ว 5 ประตู ทั้งที่พึ่งมาเป็นตัวจริงสม่ำเสมอในครึ่งฤดูกาลหลังนี่เอง โดยเจ้าตัวยังเป็นนักเตะอิตาเลียนเด็กที่สุดที่ยิง 2 ประตูในแมทช์เดียวของศึกยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีก ในนัดที่ชนะปอร์โต้ 2-1 อีกด้วย

มอยเซ่ คีน (ยูเวนตุส, 19 ปี)

กองหน้าเชื้อสายไอวอรี่ โคสต์ ของ “ม้าลาย”​ ยูเวนตุส ถือเป็นนักเตะคนแรกที่เกิดปี 2000 แล้วสามารถยิงประตูให้ทีมชาติอิตาลีได้สำเร็จ สไตล์การเล่นของคีนมีความแข็งแรง รวดเร็ว ในแบบนักเตะแอฟริกัน ในขณะเดียวกัน ก็มีความเข้าใจในการยืนตำแหน่งที่ดีแบบอิตาเลียนผสมอยู่ด้วย จึงถือเป็นส่วนผสมที่ไม่เหมือนใครในทีมอัสซูรี่ และดูเป็นนักเตะสไตล์วูบวาบที่มันชินี่ชอบ เหมือนแต่ก่อน ที่เขาเคยปลุกปั้น “ลูกโอ้” มาริโอ บาโลเตลลี่ กับแมนฯ ซิตี้

มัตเตโอ โปลิตาโน่ (อินเตอร์ มิลาน,​ 25 ปี)

ปีกเทคนิคดี ที่มีทีเด็ดสอดเข้าเล่นในเขตโทษ มีปีที่โดดเด่นกับ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน นับตั้งแต่ย้ายแบบยืมตัวมาจากซาสซูโอโล่ โดยสามารถยึดตัวจริงในทีมงูใหญ่ได้ต่อเนื่อง และอินเตอร์เองก็คงไม่พลาดจะใช้ออฟชั่นซื้อขาดแน่นอนเมื่อจบซีซั่นนี้ ในรูปแบบการเล่นทีมชาติที่ต้องมีตัวถ่างออกไปริมเส้น โปลิตาโน่ก็น่าจะเหมาะสมดีกับแผนของมันชินี่ เพราะเล่นได้ทั้ง 2 ฝั่ง แม้ว่าเขาจะถนัดเท้าซ้ายข้างเดียวเป็นหลักก็ตาม

เฟเดริโก้ เคียซ่า (ฟิออเรนติน่า, 21 ปี)

ลูกไม้หล่นใต้ต้นของคุณพ่อเอ็นริโก้ เคียซ่า แจ้งเกิดขึ้นมากับฟิออเรนติน่าอย่างรวดเร็วตั้งแต่อายุ 19 ปี ทักษะของเคียซ่าคนลูกถือว่าใช้ได้ แม้จะไม่ได้แพรวพราวเท่าพ่อ แต่ก็มีความขยันทุ่มเทเข้ามาทดแทน โดยเขาถนัดการเล่นกองหน้าด้านข้าง แต่ก็สามารถปรับไปเล่นหน้าต่ำ หรือหน้าตัวเป้าได้ด้วย จึงไม่แปลกว่าเขาจะอยู่ในข่ายติดทีมชาติไปอีกนาน

ทีมชาติอิตาลียุคใหม่ ประเดิมคัดเลือกยูโร 2020 ด้วยชัยชนะ 2 นัดรวด

และนั่นก็คือ 9 นักเตะรุ่นใหม่ของทัพอัสซูรี่ ซึ่งต้องพร้อมก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักให้ได้เร็วที่สุด ร่วมกับนักเตะที่มีประสบการณ์ทีมชาติบ้างแล้ว อย่างมาร์โก้ แวร์รัตติ, จอร์จินโญ่, เฟเดริโก้ แบร์นาเดสคี่, ชิโร อิมโมบิเล่, เจียโคโม โบเวนนาตูร่า หรือโลเรนโซ่ อินซิเย่ เพื่อหวังทวงคืนความเป็นทีมแนวหน้าของโลกกลับมาให้ได้

โดยตอนนี้ ไม่มีโอกาสไหนที่ดีไปกว่ารอบคัดเลือกยูโร 2020 อีกแล้ว เพราะพวกเขาอยู่ในกลุ่มที่ไม่ได้ยากเย็นเท่าไหร่นัก ดังนั้นต้องผ่านเข้ารอบให้ได้อัตโนมัติ พร้อมกับเพาะบ่มขุมกำลังใหม่ เพื่อเตรียมสร้างผลงาน ไปให้ไกลที่สุดในรอบสุดท้ายปีหน้า

Picture : Diario AS, Sky Sports, Washington Examiner, Scroll.in, The Mirror, Calcio d’Angolo, Zimbio, 90Min, We Ain’t Got No History, Chiesa Di Totti, Goal.com, Sempreinter

rocketseer

ทำงานเกม-ติดเกมบ้าง | บ้าบอล-เป็น The KOP | (เคย)บ้าดูหนัง-(เคย)ทำเพจหนัง | บ้ากิน-มีพุงแล้วเนี่ย!

บทความที่เกี่ยวข้อง