เมื่อเลิฟเมินฮุมเมลส์-บัวเต็ง แล้วใครกันคือเซ็นเตอร์แบ็คอินทรีเหล็ก? - The Macho
 
เมื่อเลิฟเมินฮุมเมลส์-บัวเต็ง แล้วใครกันคือเซ็นเตอร์แบ็คอินทรีเหล็ก?

เมื่อไม่นานมานี้ “บุนเดสเทรนเนอร์” โยอาคิม เลิฟ สร้างเซอร์ไพรส์วงการ ด้วยการประกาศออกมาแบบชัดถ้อยชัดคำ ว่า 3 นักเตะซีเนียร์ของบาเยิร์น มิวนิค อย่าง โธมัส มุลเลอร์, มัตต์ ฮุมเมลส์ และเจอโรม บัวเต็ง จะไม่มีอนาคตอีกแล้วในทีมชาติเยอรมัน คือพูดซะโหดร้าย ประมาณว่า ไม่ว่าคุณเล่นดีแค่ไหน ผมก็ไม่เอาคุณแล้ว

กระแสการออกมาประกาศ ค่อนข้างช็อควงการฟุตบอลเยอรมันอย่างมาก เพราะมันดูเกินความจำเป็นไปหน่อยในความรู้สึกใครหลายคน เพราะเอาเข้าจริง แค่เวลาประกาศเรียกตัว คุณไม่ต้องเรียกเขามาก็จบ ยังไม่รวมถึงเรื่องผลงานของเลิฟเอง ที่ใช่ว่าจะดี เพราะล้มเหลวในฟุตบอลโลกมา คนเลยยิ่งเหวอ ว่าแกไปตัดสินนักเตะแกนหลักของทีมแบบนี้ได้ไงกัน

ในขณะที่ลองมามองในมุมการใช้งานนักเตะกันหน่อย คือก็ใช่แหละ ที่มุลเลอร์กับบัวเต็ง อาจจะไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีเท่าไหร่ แต่กับฮุมเมลส์ล่ะ? แม้เขาจะมีฟอร์มหลุดบ้าง แต่เมื่อมองดูทางเลือกแล้ว เขายังเป็นกองหลังชั้นนำ ที่น่าจะช่วยเยอรมันได้อีกหลายปี เพราะอายุแค่ 30 ปีเอง

ไอ้ตำแหน่งมุลเลอร์ มันยังพอกล้อมแกล้ม ตัวรุกรุ่นใหม่ของเยอรมันน่าจะทดแทนได้สบาย เพราะตอนหลังมุลเลอร์ ก็ไม่ได้ปักหลักเป็นหน้าเป้าแล้ว (หน้าเป้ายังหายากอยู่ สำหรับอินทรีเหล็ก) แต่กับตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟเองล่ะ? ถ้าโยกี้ เลิฟ เป็นตายร้ายดีจะไม่เอาฮุมเมลส์ หรือบัวเต็ง แล้ว ตัวแทนคนอื่นของเยอรมัน จะมีใครบ้าง?

มาธิอัส กินเทอร์ (25 ปี)

กองหลังที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่วัยรุ่น ปัจจุบันเป็นแกนหลักในแนวรับของ “สิงห์หนุ่ม” โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ซึ่งเขาพิสูจน์ตัวเองได้ดี หลังจากเคยโดนวิจารณ์ว่าการย้ายออกจากดอร์ทมุนด์ เป็นการถอยหลังลงคลองสำหรับเขา

จุดเด่นของกินเทอร์ คือทางบอลที่ดี ลูกกลางอากาศใช้ได้ ลูกบนพื้นก็ทำได้ดี ติดตรงที่เจ้าตัวบาดเจ็บบ่อยไปหน่อย (ซีซั่นนี้พึ่งเล่นไป20นัดให้กลัดบัค) ซึ่งถ้าฟิตสมบูรณ์ต่อเนื่อง โอกาสแย่งตัวจริงระยะยาว ไม่น่ามีปัญหา

นิคลาส ซูเล่ (23 ปี)

ก็เรียกว่าเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค คนเดียวที่เหลือติดทีมชาติอยู่ ในสโมสรตัวเขาก็เป็นตัวจริงสม่ำเสมอคู่กับฮุมเมลส์ เพราะบัวเต็งในช่วง 2-3 ปีหลัง เน้นนอนโรงหมอซะมากกว่าลงมาเล่นในสนาม รูปร่างที่สูงใหญ่ถึง 195 เซนติเมตร ทำให้เรื่องลูกกลางอากาศหายห่วง ความเร็วก็ไม่ได้ด้อยมาก ในขณะที่การย้ายมาบาเยิร์น ก็พัฒนาเรื่องของการเล่นบอลด้วยเท้าขึ้นมาชัดเจน

เท่าที่สังเกตการวางตัวของโยกี้ เลิฟ ในระยะหลัง ไม่มีข้อสงสัยเลย ว่าเลิฟมองเห็นซูเล่ เป็นตัวหลักในแดนหลังในระยะยาว นับจากนี้เป็นต้นไป

อันโตนิโอ รูดิเกอร์ (26 ปี)

เซ็นเตอร์ผิวสีส่งประกวดโดยเชลซี ติดทีมชาติมานานระยะนึงแล้ว ติดที่ว่ายังไม่ค่อยมีโอกาสได้ยึดตัวจริงถาวร แต่ก็เริ่มถูกจับตามองมากขึ้น เมื่อเขาสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมเชลซีได้สำเร็จ

จุดเด่นที่ทำให้รูดิเกอร์แตกต่าง คือมีความแข็งแกร่งผสมกับความเร็ว แม้รูปร่างจะไม่ได้ยักษ์ใหญ่ แต่ถือว่าลูกหัว ทำได้ดี เรื่องการยืนตำแหน่งเองก็ทำได้ดีไม่แพ้ตัวเลือกอื่น คาดว่าคงจะได้ติดทีมชาติในระยะยาวเช่นกัน

โจนาธาน ทาห์ (23 ปี)

นี่ก็เป็นอีกคนที่มีชื่อเสียงขึ้นมาเร็วตั้งแต่วัยรุ่น แต่ด้วยอาการบาดเจ็บ และฟอร์มการเล่นที่ไม่ขึ้นๆ ลงๆ ตลอด ทำให้ปัจจุบัน ทาห์ติดทีมชาติไปจุ๋มจิ๋มแค่ 4 นัดเท่านั้นเอง โดยปีนี้กลับมามีชื่ออีกครั้ง หลังจากฟอร์มการเล่นของ “ห้างขายยา” ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เริ่มกลับมาดีต่อเนื่อง นับจากเปลี่ยนกุนซือมาเป็นปีเตอร์ บอซ

ว่ากันถึงระยะยาวแล้ว โจนาธาน ทาห์ ยังต้องมีอะไรให้ได้พิสูจน์อีกมาก ว่าเขามีความสม่ำเสมอเพียงพอมั้ย ที่บุนเดสเทรนเนอร์จะเลือกเขาติดทีมต่อไปในอนาคต เพราะถึงจุดนี้ ภาษีของเขาดูเป็นรองหลายคนเกินไป

นิคลาส สตาร์ก (23 ปี)

หนุ่มวัย 23 ปี จากแฮร์ธ่า เบอร์ลิน พึ่งถูกโยกี้ เลิฟเรียกมาติดทีมชาติชุดใหญ่หนแรก หลังจากเขาเล่นมาทุกระดับในตอนเป็นเยาวชน และต้องใช้เวลาเก็บเกี่ยวแสดงผลงานออกมาพักใหญ่ ผลงานของเขากับทีม “หญิงชรา” ในปีนี้ ถือว่าทำได้โดดเด่นมาก ในรูปแบบกองหลัง 3 ตัว โดยนอกจากนั้น เขายังสามารถผันตัวเองมาเล่นกองกลางตัวรับได้อีกด้วย

น่าจับตามองอย่างมาก ว่าถ้าสตาร์กสามารถรักษาฟอร์มยอดเยี่ยมต่อเนื่องไว้ได้ในระยะยาว จะมีทีมยักษ์ใหญ่ทั้งใน และนอกประเทศ ซื้อเขาไปร่วมทีมหรือไม่ ถ้าได้ย้ายไปทีมใหญ่แล้วทำผลงานคงเส้นคงวา ตัวนี้ขอให้กะเก็งกันให้ดี ว่าจะเป็นอนาคตสำคัญของทัพอินทรีเหล็ก

ธีโล เคห์เรอร์ (22 ปี)

ตอนแรกก็ลังเล ที่จะใส่ชื่อเคห์เรอร์ลงมาในลิสต์นี้ เพราะเขามักจะถูกเลือกเล่นเป็นแบ็คขวาในทีมชาติ มากกว่าตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค ไม่ว่าจะเป็นฟอร์เมชั่นกองหลังตัวกลาง 2 หรือ 3 ตัว แม้เคห์เรอร์จะมีประสบการณ์ ในการจับคู่กับเธียร์โก้ ซิลวาในเปแอสเชอยู่บ่อยๆ แต่โดยรวมผลงานยังไม่ค่อยดี มีข้อผิดพลาดบ่อยเหลือเกิน

ข้อดีของเคห์เรอร์ น่าจะเป็นเรื่องของความคล่องตัว และสามารถเล่นแบ็คขวาเพื่อทดแทนโจชัว คิมมิช ที่เป็นเจ้าของสัมปทานตัวจริงได้ ข้อเสียก็อย่างที่บอก ข้อผิดพลาดเจ้าตัวยังเยอะเกินจะเป็นตัวหลักให้ทีมชาติเยอรมัน รูปร่างที่บางไปก็เป็นปัญหาในการปะทะด้วยเช่นกัน ก็หวังว่าโธมัส ทูเคิ่ล ที่ชื่นชอบธีโลหนักหนา จะปลุกปั้นให้เขามีพัฒนาการดีขึ้นกว่านี้

ชาห์โคดราน มุสตาฟี (26 ปี)

กองหลังสายบู๊ของอาร์เซน่อล หายหน้าหายตาไปจากทีมชาติในระยะหลัง ด้วยฟอร์มการเล่นที่ตกลง และมีอาการบาดเจ็บบ่อยครั้ง จนไม่สามารถการันตีตัวจริงในทีมปืนใหญ่ได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ตัวเขาคือหนึ่งในกำลังสำคัญของอินทรีเหล็กในฟุตบอลโลกปี 2014 และยูโร 2016

ความแน่นอนในการเล่นยังคงเป็นปัญหาที่มุสตาฟีต้องปรับปรุงขึ้นมา นอกเหนือจากการสลัดจากอาการบาดเจ็บให้ได้ พื้นที่ในทีมชาติตอนนี้ดูไม่ค่อยปลอดภัยเอาเสียเลย แต่ถ้าฟอร์มกลับมาดีเหมือนเมื่อ 3-4 ปีก่อน ก็น่าจะทำให้เลิฟหันมาพิจารณา และดึงกลับมาติดทีมได้ไม่ยาก

สำหรับทีมชาติเยอรมันภายใต้การคุมทีมของโยอาคิม เลิฟ มีคิวต้องทำศึกยูโร 2020 รอบคัดเลือก ตั้งแต่เดือน มี.ค. นี้เป็นต้นไป โดยต้องอยู่ร่วมกลุ่มกับเนเธอร์แลนด์, ไอร์แลนด์เหนือ, เอสโตเนีย และเบลารุส แน่นอนว่าความกดดันของเลิฟมีอยู่เต็มพิกัดแน่ หลังอินทรีเหล็ก ล้มเหลวต่อเนื่องมาจากฟุตบอลโลก 2018 และยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เอ ซึ่งเยอรมันจบอันดับบ๊วย ถึงแม้จะพออ้างได้ว่า เพื่อนร่วมกลุ่มโหดไปนิดทั้งเนเธอร์แลนด์ และฝรั่งเศส ก็ตาม

การเสียประตูอย่างต่อเนื่องมาในระยะหลังของทีมอินทรีเหล็ก บ่งบอกปัญหาชัดเจนในเกมรับ ว่าพวกเขาไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเคย ถือเป็นการบ้านข้อใหญ่ที่เลิฟต้องรีบแก้ไข และพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า การเลือกตัดขาดกับ 3 สตาร์ขาประจำ นั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง มิเช่นนั้นแล้ว คนที่ต้องอำลาทัพอินทรีเหล็ก อาจกลายเป็นตัวเขาแทนก็เป็นได้

Picture : 90Min, Scroll.in, Goal.com, BvB, SportReff, Zimbio, Schwäbische Zeitung, Spails, Sky Sports, DW

rocketseer

ทำงานเกม-ติดเกมบ้าง | บ้าบอล-เป็น The KOP | (เคย)บ้าดูหนัง-(เคย)ทำเพจหนัง | บ้ากิน-มีพุงแล้วเนี่ย!

บทความที่เกี่ยวข้อง