อำลา “ปีเตอร์ เช็ค” ความสำเร็จด้วยสองมือที่ยากหาใครเทียบ - TheMacho
 69
อำลา “ปีเตอร์ เช็ค” ความสำเร็จด้วยสองมือที่ยากหาใครเทียบ

ยืนยันชัดเจนอีกหนไปไม่นานนี้นะครับ สำหรับ “ปีเตอร์ เช็ค” นายทวารประสบการณ์สูงวัยย่างเข้า 37 ปีของ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ว่าเขาจะไม่เปลี่ยนใจแน่นอน ที่จะแขวนถุงมือรีไทร์จากการเล่นฟุตบอลหลังจบซีซั่นนี้ แม้ฟอร์มการเล่นที่ดีของเขาจะพาปืนใหญ่ได้เข้าชิงยูโรป้า ลีกได้สำเร็จ โดยคู่แข่งไม่ใช่ใครที่ไหน “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี สโมสรที่เขาประสบความสำเร็จมาด้วยยาวนานถึง 11 ปี

เช็คฉลองชัยหลังผ่านบาเลนเซียในรอบรองชนะเลิศของศึกยูโรป้า ลีก ได้สำเร็จ

การประกาศรีไทร์ของเช็คนั้น เปิดเผยด้วยตนเองสู่สาธารณะชนครั้งแรก เมื่อช่วงต้นปีนี้เอง โดยแม้จะมีเสียงเรียกร้องจากแฟนบางส่วน ให้เขาค้าแข้งต่อ แต่เจ้าตัวก็ยืนยันหนักแน่น พร้อมกับเผยว่า ตัวเขาเอง คิดว่าเขาควรจะเลิกเล่นไปก่อนหน้านี้ 1-2 ปีด้วยซ้ำไป

เป้าหมายสุดท้ายของเจ้าตัว หนีไม่พ้นการพาทีมปืนใหญ่ ล้มทีมเก่าอย่างเชลซีเป็นแชมป์ยูโรป้า ลีก ให้จงได้ โดยเขายืนยันว่าจะทุ่มเทเต็มที่โดยไม่สนใจว่าทีมตรงข้ามจะเป็นสโมสรที่เขารักอย่างเชลซี เพราะความสำเร็จส่งท้ายกับอาร์เซน่อล สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด

โชเซ่ มูรินโญ่ หนึ่งในผู้จัดการทีมที่ชื่นชมในความเป็นมืออาชีพของเช็คเสมอ

แน่นอนว่า “ความเป็นมืออาชีพ”​ เป็นเครื่องหมายการค้าของเช็คเสมอ ผู้จัดการทีมที่เคยร่วมงานกับเขาทั้งโชเซ่ มูรินโญ่ และอาร์แซน เวนเกอร์ ต่างพูดตรงกันในเรื่องนี้

และการที่เขาหวังคว้าแชมป์ปิดฉากอาชีพของเขาด้วยการล้มเชลซีให้ได้นั้น ก็มาจากความเป็นมืออาชีพ มากกว่าการอยากจะสะสมถ้วยรางวัล ซึ่งเขาประสบความสำเร็จมามากมาย นับไม่ถ้วนแล้ว

เช็ค ในสีเสื้อของสปาร์ต้า ปราก ซึ่งเขาเล่นได้เพียงซีซั่นเดียว ก็ย้ายไปต่างแดน

ผู้รักษาประตูความสูง 1.97 เมตร และมีหมวกป้องกันศีรษะเป็นเครื่องหมายการค้า เกิดที่เชคโกสโลวะเกีย ที่เมืองเพิลเซ่น ในปี 1982 และเริ่มต้นระดับเยาวชนกับ “วิคตอเรีย เพิลเซ่น” ทีมดังในเมืองเกิด

การเล่นระดับซีเนียร์ของเขาเริ่มกับสโมสร “เชอเมล บิซานี่” ทีมเล็กๆ ซึ่งเขาขึ้นมาเป็นตัวจริงตั้งแต่อายุแค่ 18 ปี ก่อนที่พัฒนาการอันยอดเยี่ยมของเขา จะทำให้ “สปาร์ต้า ปราก” สโมสรยักษ์ใหญ่ของเชก ดึงเขาไปร่วมทีม และมอบตำแหน่งมือ 1 ให้เช็ค ตั้งแต่เขาอายุเพียง 19 ปี ในฤดูกาล 2001/02 โดยเขาสามารถสร้างสถิติไม่เสียประตูนานถึง 903 นาที ได้อีกด้วย

ในสีเสื้อแรนส์ ที่เขายึดมือ 1 ทันที และทำให้ชื่อเสียงเริ่มเตะตายักษ์ใหญ่ในยุโรป

อยู่กับสปาร์ต้าแค่ซีซั่นเดียว เขาก็ได้ย้ายไปยังลีกเอิงอย่างรวดเร็ว หลัง ”แรนส์” ทุ่มเงินเกือบ 4 ล้านปอนด์ ดึงตัวเขาไปร่วมทีม และแค่เพียง 2 ซีซั่นจากนั้น เขาก็ได้ย้ายทีมไปตามฝันที่อังกฤษกับ “เชลซี” หลังจบฤดูกาล 2003/04

เรื่องการย้ายสู่เชลซี จริงๆ ทีมสิงห์บลูแห่งลอนดอน ต้องการซื้อตัวเช็คมาร่วมทีมตั้งแต่ตลาดฤดูหนาวเมื่อ ม.ค. 2004 แต่แรนส์ปฏิเสธข้อเสนอ เพราะยากที่จะหาตัวแทนระหว่างซีซั่น

เช็ค ในวันเปิดตัวกับเชลซี ร่วมกันอาร์เยน ร็อบเบน และมาเตย่า เคซมัน ที่ย้ายมาจากพีเอสวี

แต่เชลซีเองก็ตื๊อไม่เลิก และประสบความสำเร็จในการเซ็นสัญญากับเช็ค 5 ปี ด้วยราคา 7.1 ล้านปอนด์จนได้ โดยถือเป็นสถิติในการซื้อตัวผู้รักษาประตูของเชลซีในตอนนั้น​ ข้อตกลงแล้วเสร็จในเดือน ก.พ. 2004 แต่เช็คจะย้ายมายังสังกัดใหม่ หลังจบซีซั่นกับแรนส์เสียก่อน

เช็คเข้ามาพร้อมกับผู้จัดการทีมคนใหม่ “โชเซ่ มูรินโญ่” ซึ่งมอบหมายมือ 1 ให้กับเขาทันที เหนือคาร์โล คูดิชินี่ มือ 1 คนเก่าชาวอิตาเลียน และทีมก็จบฤดูกาลแรกของจ่ามูด้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกทันที พร้อมสถิติมากมายที่น่าจดจำ

เชลซีทำแต้มได้มโหฬารเป็นสถิติถึง 95 แต้ม (มาถูกทำลายเมื่อฤดูกาลที่แล้วโดยแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งโกยได้ 100 แต้ม) เสียเพียงแค่ 15 ประตู โดยเช็คสามารถรักษาคลีนชีตได้มากถึง 24 นัด เป็นสถิติตลอดกาล ที่ทุกวันนี้ก็ยังหาคนทำลายยาก มีสถิติไม่เสียประตูนานที่สุดถึง 1,025 นาที คว้ารางวัลถึงมือทองคำ และติดทีมยอดเยี่ยมของ PFA เป็นฤดูกาลแรกในอังกฤษที่ไร้เทียมทานมาก

กับแชมป์ UCL ในปี 2012 ถ้วยรางวัลใหญ่ยุโรป ที่เชลซีตามหามานาน

ต่อจากนั้น เช็คเล่นให้กับเชลซียาวนานถึง 11 ซีซั่น คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกรวม 4 สมัย,​ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย, เอฟเอ คัพ 4 สมัย, ลีก คัพ 3 สมัย, ยูโรป้า ลีก 1 สมัย พร้อมสถิติส่วนตัวมากมาย เช่น เป็นผู้เล่นต่างชาติที่ลงเล่นให้เชลซีมากที่สุด และถุงมือทองคำพรีเมียร์ลีก 3 สมัย

นอกเหนือจากความสำเร็จมากมายแล้ว สิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่เล่าถึงไม่ได้ในช่วงอยู่กับเชลซี ก็คงเป็นอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ ซึ่งทำให้เขาเกือบเสียชีวิตในเดือน ต.ค. ปี 2006

จังหวะปะทะรุนแรงกับสตีเฟ่น ฮันท์ ที่ทำให้เช็คถึงกับกระโหลกศีรษะร้าว

แมทช์นั้น เชลซีต้องไปเยือนสนามมาเดจสกี้ สเตเดี้ยมของเรดดิ้ง และการปะทะที่ไม่คาดฝัน ก็เกิดขึ้นตั้งแต่นาทีแรกของการแข่งขัน เมื่อเช็คออกมาคว้าบอลได้ก่อน แต่กลับโดนเข่าของสตีเฟ่น ฮันท์ มิดฟิลด์ขาดุของเรดดิ้ง กระแทกอย่างแรกเข้าที่ศีรษะ หลังฮันท์พยายามเข้าถึงบอลแบบไม่มียั้ง

หลังมีการพยาบาลอย่างยาวนานในสนาม เช็คถูกนำส่งโรงพยาบาลทันที และแพทย์ตรวจพบอาการกระโหลกศีรษะร้าว ซึ่งทำให้ต้องมีการผ่าตัดโดยเร็ว โดยแพทย์ระบุว่า การปะทะเกือบทำให้เช็คต้องเสียชีวิตเลยทีเดียว

เช็คต้องอยู่ที่โรงพยาบาลนานถึง 10 วัน ก่อนจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้ เชลซีประกาศเวลาคร่าวๆ ว่าเขาจะต้องพักนานถึง 3 เดือน เพื่อทำให้อาการต่างๆ ฟื้นตัว และแน่ใจว่าพร้อมจะกลับมาลงเล่นอีกครั้ง

ตั้งแต่กลับมาลงสนาม เช็คสวมหมวกป้องกันศีรษะตลอด จนถึงปัจจุบัน

เช็คกลับมาลงสนามได้อีกครั้งในวันที่ 20 ม.ค. 2007 ในแมทช์พบกับลิเวอร์พูล โดยมีการสวมหมวกป้องกันศีรษะของรักบี้ ซึ่งกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในอุปกรณ์ที่เขาใส่ลงแข่งเสมอ

โดยอาการบาดเจ็บที่รุนแรงครั้งนั้น ไม่ได้ทำให้ฝีมือของเขาตกลงเลย เช็คยังสามารถรักษาคลีนชีตได้นานถึง 810 นาที และได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือน เม.ย. ของพรีเมียร์ลีกอีกด้วยในซีซั่นนั้นอีกด้วย

ฤดูกาลสุดท้ายของเช็คกับเชลซี คือซีซั่น 2014/15 ซึ่งเขาต้องตกเป็นมือ 2 รองจาก “ธิโบต์ กูร์กตัวส์” นายทวารชาวเบลเยี่ยม ซึ่งเชลซีดึงตัวกลับมา หลังปล่อยให้แอตเลติโก้ มาดริด ยืมไปใช้งานนานถึง 3 ปี

ธิโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้ที่มาสานต่อมือ 1 ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ตั้งแต่ซีซั่น 2014/15

แม้ซีซั่นนั้น เช็คจะไม่ได้เป็นตัวเลือกหลักในพรีเมียร์ลีกเหมือนเคย แต่เขาก็ยังเป็นตัวเลือกแรกในศึกลีก คัพ ซึ่งในท้ายที่สุด เขาสามารถรักษาคลีนชีตในนัดชิงชนะเลิศกับสเปอร์ และพาทีมเป็นแชมป์ส่งท้าย ก่อนจะตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมอาร์เซน่อล เมื่อฤดูกาลจบลง ด้วยค่าตัวราว 10 ล้านปอนด์

เช็คกับแบรนด์​ เลโน ผู้รักษาประตูเยอรมัน ที่เข้ามาเป็นอนาคตของทีมปืนใหญ่

กับทีมปืนใหญ่ เช็คลงสนามเฝ้าเสาในพรีเมียร์ลีกเกินกว่า 100 นัด เป็นมือ 1 ตลอดในช่วง 3 ฤดูกาลแรก ก่อนจะมาเสียมือ 1 ให้กับ “แบรนด์ เลโน” ในฤดูกาลล่าสุด ภายหลังได้รับบาดเจ็บ เพราะตอนต้นฤดูกาล อูไน เอเมรี่ ยังคงเลือกเช็คเป็นตัวจริงก่อนเลโนอยู่เลย

แม้จะย้ายมาในช่วงอายุเลย 30 กว่าปีแล้ว แต่เช็คก็ยังคว้าเอฟเอ คัพ 1 สมัยกับทีมปืนใหญ่ แถมยังคว้าถุงมือทองคำของพรีเมียร์ลีกอีกสมัย ในฤดูกาลแรกที่ย้ายมา ด้วยสถิติรักษาคลีนชีตได้ถึง 16 นัด

เกียรติยศที่เหลืออยู่ของเช็คก็คือการลุ้นแชมป์ยูโรป้า ลีก ซึ่งจะกลายเป็นตั๋วพาอาร์เซนอลได้เข้าไปเล่นใน UCL ถ้วยใบใหญ่ของยุโรป หลังจากทีมไม่สามารถจบในอันดับ 1 ใน 4 ได้สำเร็จ

เข็ค หวังจะปิดฉากค้าแข้ง ด้วยการชูถ้วยยูโรป้า คัพอีกครั้ง กับทีมปืนใหญ่

นอกเหนือจากเรื่องเกียรติยศความสำเร็จแล้ว ยังมีเรื่องของเม็ดเงินที่แตกต่างกันพอสมควรในซีซั่นหน้า เมื่อเทียบ UCL กับยูโรป้า ลีก เพราะมันเกี่ยวพันไปถึงการปรับปรุงทีมของอาร์เซนอล ในยุคที่ “สแตน โครเอนเก้” ให้เงินช้อปปิ้งเพียงน้อยนิด จนแฟนต้องกุมขมับมานักต่อนัก

หนทางหลังจากรีไทร์แขวนถุงมือแล้ว ว่ากันว่าทั้งฝั่งปืนใหญ่ต้นสังกัดปัจจุบัน และสิงห์บลูต้นสังกัดเก่า ต่างเสนองานให้เช็คกันทั้งคู่ โดยตอนนี้ มีแนวโน้มสูงมากที่เช็คจะเลือกกลับไปทำงานกับเชลซี ทีมที่เขาอยู่มาด้วยเนิ่นนานมากกว่า

โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีมเชลซี ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับเช็ค

ตามข่าวแล้ว มีความเป็นไปได้เหมือนกันว่าเชลซีจะเสนอตำแหน่งผู้อำนวยการเทคนิคให้กับเช็ค เพราะตำแหน่งนี้ว่างลงตั้งแต่ “ไมเคิล เอมินาโล่” ลาออกไปเมื่อปลายปี 2017 และมี “มาริน่า กรานอฟสเคีย” ผู้อำนวยการทั่วไปรับเหมาหน้าที่นี้อยู่

สิ่งที่อาจจะเป็นตัวแปรสำคัญ น่าจะเกี่ยวข้องกับอนาคตของ “เมาริซิโอ ซาร์รี่” กุนซืออิตาเลียนคนปัจจุบันด้วย เพราะแม้ตอนนี้เชลซีจะผลงานดีขึ้น และสามารถการันตีพื้นที่ UCL ได้แล้ว แต่ก็ยังไม่มีอะไรการันตีว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าหากสิงห์บูลเกิดพลาดแชมป์ยูโรป้า ลีก ขึ้นมา

เช็ค อาจจะได้ร่วมงานกับแลมพาร์ด และเทอร์รี่ เพื่อนร่วมทีมที่ยาวนาน ในอนาคตอันใกล้

หากอนาคตของซาร์รี่ไม่ได้ไปต่อ แว่วมาว่า “เสี่ยหมี” โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม เตรียมที่จะทำการยกเครื่องทีมงานของเชลซีใหม่ โดยพยายามดึงเอาสปิริตเก่าๆ ของทีมกลับคืนมา

ทำให้มีชื่อของแฟรงค์ แลมพาร์ด หรือจอห์น เทอร์รี่ ซึ่งปัจจุบันมีการมีงานทำอยู่ในแชมเปี้ยนชิพ ที่อาจจะถูกทาบทามเข้ามามีบทบาทในทีม แม้อาจจะยังไม่เสี่ยงขึ้นมากุมบังเหียนนายใหญ่ เพราะประสบการณ์ที่ยังน้อย แต่ก็อาจจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมโค้ช ซึ่งเช็คเอง ก็อาจจะมีชื่อมาแจมด้วย หากเพื่อนเก่ากลับมาร่วมงานจริง

แมทช์ยูโรป้า ลีกนัดชิงกับเชลซี จะเป็นแมทช์อำลาที่ยิ่งใหญ่ และน่าจับตามองมาก

ก่อนจะไปถึงจุดนั้น เชื่อว่าแมทช์สุดท้ายที่เมืองบากู ในนัดชิงศึกถ้วยเล็กของยุโรป จะเป็นตัวแปรสำคัญมากมายกับทั้งอาร์เซนอล และเชลซี สองทีมที่ผูกพันกับเช็ค

ซึ่งนอกเหนือ Butterfly Effect ที่จะตามมาแน่นอน กับทีมใดก็ตามที่พลาดท่าปราชัย โอกาสสุดท้ายที่เราจะได้เห็น “ปีเตอร์ เช็ค” สุดยอดผู้รักษาประตูแห่งยุคลงเฝ้าเสา ก็เป็นหลักการันตีได้เลยว่า มันจะเป็นแมทช์ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

Picture : MSN, Bleacher Report, Football365, Liverpool Echo, Ouest-France, talkSPORT, The Independent, Daily Mail, Sky Sports, Daily Advent Nigeria, The Independent, Eurosport, SillySeason

rocketseer

ทำงานเกม-ติดเกมบ้าง | บ้าบอล-เป็น The KOP | บ้าดูหนัง-มีเพจหนัง | บ้ากิน-มีพุงแล้วเนี่ย!

บทความที่เกี่ยวข้อง