เจาะตื้น | Singularity เตรียมสัมผัสชีวิตอมตะในอีก 27 ปีข้างหน้า - The Macho
 
เจาะตื้น | Singularity เตรียมสัมผัสชีวิตอมตะในอีก 27 ปีข้างหน้า

สิ่งที่มนุษย์ถวิลหามาตลอดตั้งแต่สมัยอดีตกาลคงหนีไม่พ้นการมีชีวิตที่อมตะ จนเกิดเรื่องเล่า และตำนานต่างๆ มากมายถึงความพยายามแสวงหาชีวิตอมตะ จนในยุคปัจจุบันเราสามารถพัฒนาเทคนิคการแพทย์ต่างๆ เพื่อเอาชนะโรคภัยไข้เจ็บ และยืดชีวิตมนุษย์ให้ยาวนานขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว โดยปัจจุบันอายุเฉลี่ยมนุษย์อยู่ที่ประมาณ 80 ปี เมื่อเทียบกับร้อยปีที่แล้วอายุเฉลี่ยของมนุษย์ทั่วไปจะอยู่ที่ 40-45 ปีเท่านั้น ซึ่งเป็นผลมาจากโรคระบาด และสงคราม  แต่ถึงจะมากขึ้นเท่าตัวก็ยังไม่ใกล้เคียงกับคำว่าอมตะที่มนุษย์ต้องการนัก

ในปี 1950 John von Neumann เป็นคนแรกที่ใช้คำว่า ‘Singularity’ โดยอธิบายว่า

เมื่อหุ่นยนต์พัฒนาได้ด้วยตัวมันเองไปเรื่อยๆ สุดท้ายมันจะพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดจนมนุษย์ตามไม่ทัน

ซึ่งหุ่นยนต์ในที่นี้หมายรวมไปถึง AI (Artificial Intelligence แปลว่า ปัญญาประดิษฐ์) แล้ว AI ที่โดดเด่นน่าจับตามองที่สุดคงหนีไม่พ้นโปรเจค ‘Deep Mind’ ที่ประดิษฐ์ ‘Alpha GO’ เป็น AI ที่สามารถเรียนรู้การเล่นกีฬาโกะ หรือ หมากล้อม ได้ด้วยตัวมันเอง ถ้าจะถามว่าแล้วทำไมต้องเป็นโกะ เหตุผลก็เพราะว่าโกะ มีวิธีในการเดินหมากหลายล้านล้านรูปแบบ ผู้เล่นจำเป็นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากกว่าแค่ตรรกะปกติในการเล่นเกมเท่านั้น ถือเป็นความท้าทายในวงการโปรแกรมเมอร์ที่จะพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาสู้กับมนุษย์อย่างมาก ซึ่งต่างจากเดิมที่จะทำอย่างไรโปรแกรมก็ไม่มีทางฉลาดกว่ามนุษย์ที่วางโปรแกรมมันได้ โดยขีดจำกัดนี้ถูกทำลายลง เมื่อ Alpha GO สามารถไปชนะแชมป์โลกโกะมาแล้ว เป็นการพิสูจน์ว่า AI สามารถก้าวล้ำกว่าสมองมนุษย์ไปได้อีกขั้น แถมเป็นขั้นที่ก้าวกระโดดอย่างมากด้วย

 

AI
ความฉลาดของมนุษย์ เมื่อเทียบกับ AI จะเห็นว่า เทคโนโลยีทำให้ความฉลาดของ AI กระโดดขึ้นทันทีในยุคนี้

 

ผลจากการพัฒนา AI ที่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองนี้จะทำให้เราเข้าใกล้ความเป็นอมตะเร็วขึ้น เพราะเทคโนโลยีใหม่ๆ จะเริ่มเกิดขึ้นอีกจากการที่ AI ค้นพบวิทยาการต่างๆ ด้วยตัวมันเอง ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าการที่มนุษย์จะเรียนรู้ได้เองมาก ในทางการแพทย์ก็เช่นกัน สิ่งที่มนุษย์ค้นพบมาในช่วง 100 ปี อาจจะไม่เท่าสิ่งที่ AI สามารถค้นพบในอนาคตข้างหน้าด้วยระยะเวลาไม่กี่ปีเท่านั้น

 

Ray Kurzwell ผู้เชี่ยวชาญเรื่อง Singularity กล่าวว่า

ในปี 2045 มนุษย์จะสามารถอัปโหลดข้อมูลจากสมองไปเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ได้ และอีก 90 ปีข้างหน้า มนุษย์จะเชื่อมต่อเครื่องจักรเข้ากับร่างกายคนเราได้จริงๆ ซึ่งอาจจะทำให้มนุษย์เป็นอมตะ

คำกล่าวนี้เป็นการอิงกับทฤษฎีที่ว่าสมองมนุษย์เป็นคลื่นไฟฟ้าที่สามารถจัดเก็บข้อมูลความจำต่างๆ คล้ายกับคอมพิวเตอร์ เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายเราเจ็บป่วย หรือใกล้ตาย เราก็แค่ทำการ copy ความรู้สึกนึกคิด ความจำทุกอย่างในสมองแล้วนำข้อมูลนี้ไป upload ในร่างกายใหม่ โดยร่างกายใหม่อาจเป็นการโคลนนิ่งตัวเองขึ้นมาใหม่ หรือถ้าจะมองว่ามันเป็นแค่เปลือกนอกเราก็สามารถเอาข้อมูลความจำเราไปอัพโหลดในร่างกายอื่นเลยก็ได้ จะเลือกเปลี่ยนสีผิว เชื้อชาติ กลายเป็นเด็ก หรือหนุ่มสาว อีกเพศหนึ่งเลยก็ยังได้ หรือเราไม่ต้องการร่างกายที่มีเนื้อหนังเสื่อมสลายได้ ก็เลือกเอาข้อมูลความจำนี้ไปอัพโหลดเข้าที่หุ่นยนต์แทนก็ได้ เลือกได้ยังกับเปลี่ยนเคสโทรศัพท์มือถือเลย มนุษย์จะสามารถดำรงอยู่ได้ตลอดไปได้โดยไม่ได้ใช้ร่างเดิม ทั้งหมดเหล่านี้กำลังชี้ว่าเราเข้าใกล้ Singularity มากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

 

AI
ปัจจุบันเราอยู่ช่วงที่ 2 ของเทคโนโลยี คือต้องใช้อุปกรณ์ข้างนอก ขั้นต่อไปคือฝังอุปกรณ์เข้ากับตัว แล้วจุดต่อไปคือสามารถใช้หุนยนต์แทนอวัยวะตัวเองได้ และสุดท้ายคือการรวมเข้ากับเทคโนโลยีสามารถย้ายตัวเราจากความจำความคิดต่างๆ ไปที่ไหนก็ได้ในรูปแบบข้อมูล
ภาพจาก – flickr

 

robot
เทคโนโลยีที่สามารถใช้หุ่นยนต์แทนอวัยวะมนุษย์โดยสั่งการโดยตรงจากสมอง

 

ดังนั้นถ้าคิดว่าเฉลี่ยอายุมนุษย์ปัจจุบันอยู่ที่ 80 ปี คนที่อายุน้อยกว่า 50 ปี มีโอกาสได้เห็นโลกที่มนุษย์เป็นอมตะแน่นอน แต่ก็อาจจะตามมาด้วยความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจอยู่ดี คนรวยอาจจะมีร่างกายใหม่ที่ล้ำๆ อยู่ไปอย่างยาวนานเป็นอมตะไม่จบสิ้น แต่คนจนถ้าเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีนี้ก็อาจจะอายุยืนกว่าเดิมอีกหน่อยสัก 200 ปี ก็คงจะพอไหวเนอะ

 

ถึงแม้ว่าเรื่อง Singularity จะฟังดูเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่ก็หลายครั้งที่เรื่องเหล่านี้กลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาได้ ยกตัวอย่างโปรเจคจาก 2 เจ้าพ่อเทคโนโลยี

 

Mark Zuckerberg เจ้าของ Facebook ตั้งหน่วยงาน Building8 เริ่มเชื่อมสมองคนกับคอมพิวเตอร์ได้แล้ว ทำให้มนุษย์สั่งพิมพ์โดยตรงจากสมองไปที่แป้นพิมพ์ทันที เร็วกว่าการพิมพ์ด้วยนิ้วมือถึง 5 เท่า ถึงจะรู้สึกว่ายังไม่ว้าวเท่าไหร่ แต่เมื่อไหร่ที่มันสามารถนำมาให้คนทั่วไปใช้งานได้จริงโลกต้องเปลี่ยนอีกครั้งแน่นอน

Elon Musk กำลังลงทุนในบริษัท Neurallink ซึ่งเป็นการเชื่อมสมองคนเข้ากับคอมพิวเตอร์ ยากขึ้นโดยการสามารถบังคับสิ่งของต่างๆ ผ่านสมองโดยตรงแทนรีโมท

ถือว่าเราโชคดีมากที่เกิดมาในยุคคาบเกี่ยวของเทคโนโลยี แล้วได้เห็นโลกเปลี่ยนแปลงแบบพลิกกลับหัวหลายรอบเลยทีเดียว

 

อ่านประวัติ และผลงานต่างๆ ของ Elon Musk เพิ่มเติม คลิกที่นี่

เจาะตื้น | HYPERLOOP การเดินทางแห่งอนาคต เมกะโปรเจคจาก ELON MUSK กรุงเทพถึงหัวหินแค่ 11 นาที คลิกที่นี่

W. Charoenchit

Online Marketing | BD @ ThisIsGame Thailand | Admin AV idol Fanpage | Admin รวมดาวสาว Office | Gamer l Toy collector | Food Hunter

บทความที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save